Monday, March 23, 2015

Jason Mraz and Raining Jane ไลฟ์อินบางกอก 2015

บอกล่วงหน้า ไม่ค่อยติ่ง ถ้ามีอะไรผิดโทษกูเกิ้ล 55555

วันแรกที่เปิดจอง เห็นคนโพสท์ในเฟสบุ๊ค บัตรเจสัน มราซๆๆ ไอ้เราก็ อะไรวะ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่อง กดเข้าไปดูถึงได้รู้ว่า เปิดจองไปแล้วตั้งแต่สิบโมง บัตรพันนึงกับสองพันเต็มเกือบหมดแล้ว กดเข้าไปจองงงๆ ปรากฎเพิ่งรู้ว่าสมาชิก chevy plus ได้ลด ก็เลยรอวันรุ่งขึ้น จองบัตรสามพันจ้า

วันงาน 21 มีนาคม 2558 กลับจากเชงเม้งก็เตรียมตัวไป นั่งแทกซี่ไปลงหน้าอิมแพ็ค (คนขับอย่างพีค ลูกเรียนนอก มีรถเมล์สองคัน บ้านทำสวนอยู่ปราจีน โห) เข้าไปนั่ง ประมาณ 20.20 Raining Jane ก็ขึ้นมา ตอนแรกเรานึกว่าวงนี้สามสาวหนึ่งหนุ่ม ที่ไหนได้ เอิบ 555555 สี่สาวจ้า ก็เอนเตอร์เทนเพลินๆ ชอบมือเปอร์คัสชั่นที่สุด ชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกละ เท่สาสสสสส ร้องเพลงตัวเอง(มั้ง)ไปสามสี่เพลง พี่เจสันก็ขึ้นมา อ่อ วงบอกว่า ทำเพลงแรกด้วยกันตั้งแต่ Beautiful Mess โห อย่างเก่า ตั้งแต่ 2006 พออัลบั้ม Yes! ได้ทำงานด้วยกันทั้งชุด พี่เจสันขึ้นมาพร้อมไฟแยงตา บีสต์แปลงร่างหรือเปล่าแหม่ (งาน tie-in ก็มา ไปอ่านนะคะทุกคน ละครเวที Beauty and the Beast ณ รัชดาลัย (สปอยล์)

ภาพจาก https://instagram.com/p/0f9r8LBZ8T/ ค่า @anyama ปล. มี Somewhere Over The Rainbow คั่น I'm Yours ด้วยยยยยย
 เปิดมาด้วย Love Someone ร้องได้นิดหน่อย 555 คนก็ตบมือตาม ร้องตาม เพิ่งเห็นว่ามีเอ็มวีด้วย


Song for a Geek เป็น Song for a friend + Geek in the Pink มายำกัน เพลงพีดี มีรูปแบบสีอลังการมากฉายข้างหลัง ชอบๆ


Dynamo of volition พี่เจสันบอกเพลงนี้เขียนตอนที่เล่นเกมที่ให้แต่งเพลงสัปดาห์ละเพลง ละได้คำนี้มา บอกว่าเค้าก็แต่งๆไป ละพอถึงท่อน Good Job ก็บอกให้เต้น แบบ ท่อน high five เอามือยกขึ้นเหมือเล่นของเล่นแมว 5555 ท่อน low dough เอามือลงข้างล่าง ทำท่าแบบ เอามาๆ แบบเซ็กซี่ ละ high ten ยกมืออีกที ตลก 555 พอจะให้เต้น พี่แกก็ล่อท่อน instrument อย่างยาว คนดูเงิบ อีกนานมั้ย 5555 พอถึงก็เต้นกัน พี่แกก็ล้อ ขอบคุณนะที่มาเต้นกันในวันนี้ ละทำท่าเต้นแบบเปื่อยๆ ค่ะะะะะ ชอบตอนเต้นเสร็จเป็นท่อน you're the best you're the best you're the best you're the best ละพี่แกก็ชี้ที่คนดู อิอิกรีส ปล. ไม่แน่ใจว่าเพลงนี่หรือเปล่าที่เค้าหยุดเพลงละฉายไฟ ให้ RJ เต้น ละตลกพี่มือเบส ยืนนิ่ง คูลสัสสส

จริงๆเป็นรูปMilky Way พี่เจสันบอก เนี่ย เราเป็นเพื่อนบ้านกันนะเห็นมั้ย แบบจริงๆแล้วเราเป็นคนเหมือนๆกัน พวกคุณก็เอนเตอร์เทนผม บรรพบุรุษเราสร้างเสียงเพลงมา กรีส

 We Take the Music พี่แกยืนพูดอยู่คนเดียว เดินไปเดินมา พอเริ่มเล่น ถึงท่อนคอรัส raining jane ก็โผล่มาจากความมืด ยืนร้องคอรัสแบบเอียงๆ ฟีลดรีมเกิล 5555 โมน่าออกมาตีกลอง 
Hello You Beautiful Thing คราวนี้โมน่าเปลี่ยนเป็นใช้แส้(ที่เอาไว้ผัดสแนร์) มาตีกระดาษที่ขา เขียนว่าสวัสดีค่ะ น่าร้ากกกก มีตอนนึงเอามาตีเคราพี่เจสันด้วย 5555 ละมือเชลโล่เอานิ้งหน่องมาตี (มันไม่ใช่นิ้งหน่องอันแบบวงโยนะ คือเรียกไม่ถูก 555) มือกีต้าร์สลับมาเล่นอูคู มือเบสก็เล่นดับเบิลเบสต่อไป ชอบเสียงคอรัสคำว่าเฮลโล นั่ลล้าค


Lucky คือดีย์ คือได้ยิน colbie caillat เลยแก๊ ยังยืนร้องไมค์ตัวเดียวที่ร้อมากตั้งแต่ We Take The Music ชอบ อู้ อะวู้ 55 
Make It Mine ชอบเพลงนี้นานละ เพลงนี้กลับมามีเชลโล่ ชอบท่อนโซโล่กลองสุดดดดด



Quiet เพลงนี้ทุกคนต้องเงียบๆนะ เพราะมัน quiet จ้าาาา

อันนี้ที่ Amsterdam แต่เสียงชัดดีเลยเอามา 


Frank D. Fixer ชอบเพลงนี้ คิ้วท์ๆ 
3 Things, Back to the Earth มีรูปสวนหลังบ้านพี่เจสันฉายข้างหลัง น่าอยู่มั่ก ละพี่แกบอกว่าปลูกผักกินเองนี่ดีนะ support your local farmer ด้วย (งาน tie-in no gmo ของพี่แกก็มาาาา)
Mr. Curiosity ไปนั่งเล่นเปียโนคนเดียว โหอย่างหล่อว I wrote this song when I had writer's blog ตอนจบมาเต็มวง

สวน



คือถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้คือ Innermission คือออกมาละพี่เจสันพยายามจะฉายวิดีโอให้ดู บอก เปิดตามที่เราตกลงกันไว้นะ ปรากฎเฟลไปสามสี่รอบ 555 เลยบอกเดี๋ยวกลับมาละเปิดละ แต่ได้ดูภาพจากแอนตาร์คติกา สวยมั่กกกกก บอกถ่ายเองตอนไปเล่นดนตรีให้นักวิทยาศาสตร์ฟัง ละตอนกลับมารู้สึกถึงผลกระทบที่มีต่อโลก เลยคายัคกลับมา บ้าาาาา 5555 พี่เจสันบอกว่า เนี่ย ใช้เวลานี้นะ โทรไปหาใครก็ได้ เฮ้ ผมอยู่ที่คอนเสิร์ตนะ ไม่ได้ชวนคุณ อยากให้คุณมาจัง ละบอก ทำเถอะ เพราะว่า your arm connect to your heart ว้าววววววว ละตอนที่พยายามจะฉายวิดีโอ พี่แกบอก เออ นี่ คนพวกนี้ก็ต้องไปฉี่นะ ผมนี่จะฉี่รดตัวเองอยู่ละ 5555

อินเน่อมิชชั่นนนนนน
พักครึ่ง สี่ทุ่ม ประมาณยี่สิบนาทีก็กลับมา

Long Drive พี่มือเบสได้โชว์หล่อคนเดียวอย่างนาน



 Beautiful Mess เพลงนี้ที่เป็นเพลงแรกที่แต่งด้วยกัน ฟังสดนี่เพราะ ฮืออออ มีเชลโล่ด้วย


The Remedy ยืนร้องคนเดียวกับกีต้าร์ พอพี่แกไป ก็เปิดฉากโซโล่ซิต้าร์ อย่างเท่ เล่นคู่กับเปอร์ โคตรได้ฟีล spiritual แบบอีกนิดนึงเพลง meditation ละ



93 Million Miles คือเสียงชัดขนาดได้ยินเสียงร้องว่าเนื้อพูดว่าอะไรบ้างอะ ดี เต็มอิ่มมาก นั่งฟังเนื้ออย่างเดียวก็ฟินละ 
Shine รูปโลก ดาวเคราะห์ต่างๆฉายอยู่ข้างหลัง ละเค้าบอกว่า cells ในร่างกายของเราถ้าดูดีๆก็เหมือนกับ outer space เลยนะ ละสลับไปเล่นคีย์บอร์ดตรงที่ยืนพี่มือกีต้าร์ด้วย
I'm Yours งานพีคก็มาข่า เค้าเริ่มถ่ายคนที่นั่งดูแถวหน้าๆ ละปรากฎว่ามีคู่บ่าวสาวถือกระดาษโบกไปมาอยู่ กรี๊ดกันทั้งฮอลล์ พี่เค้าไปยืนหน้าเวที ร้องตาม กอดกัน ชะนีนี่อิจฉาาาาาาามาก ถึงกับหยุดเล่น ละแต่งเพลงสั้นๆให้ ต่อด้วย somewhere over the rainbow เลยจ้า เจ้าบ่าวร้องไห้เลย คนในอิมแพคก็พอกันข่าาาาา น้ำตาจะไหลลล พอกลับมาเล่น I'm Yours ต่อ เค้าบอกให้เต้นรำกัน ฮือวววว พี่เจสันบอกว่า คุณรู้ใช้ไหม เวลาคุณขอใครแต่งงาน คุณแต่งงานกับคนที่ heal your wounds ได้ คือถึงเขาจะทำร้ายคุณ แต่สุดท้ายเข้าจะมา heal บาดแผลนั้นของคุณ แม้การแต่งงานมันอาจจะปัญหา แต่มันก็ดี คุณรู้ใช่ไหม เจ้าบ่าวร้องไห้ต่อ โถ ละบ่าวสาวก็ยื่นกระดาษในมือให้ บอกว่า จะไปแต่งที่แอนตาร์กติกา ละก็โยนช่อดอกไม้เจ้าสาวขึ้นเวที พี่โมนาได้ กรีส



นี่vtrพรีเวดดิ้งหรือเปล่าาาาาา
ถึงกับฟอลโลว์ไฟข่าาาาาาา
เมื่อกี้ยังปริ่มมมมอยู่ พอถึง I Won't Give Up ก็คือปริ่มแบบจะระเบิดละ 555 ตอนจบออกมาเต้นกันด้วย คือน่ารักกก คือดีย์


คือจริงๆแล้วทั้งหมดพี่เค้าพูดพวก life advice ดีๆเยอะเลย แต่จำไม่ไหว ใครจำได้ก็แชร์ๆมาบ้างนะจ๊ะ

พอออกจากงาน ฝนตกจ้า Raining Jane มั้ยล่ะแก
รูปหน้าปกอัลบั้ม กล้องห่วยอีกละ 5555

ถ้าบีอีซีไม่เพิ่มที่นั่งนะ -__________________- มาลัยคงใกล้กว่านี้หน่อยนึง 5555

คนงง ไม่มีที่ไป 55555 ฝนตกหนักพอสมควร

งานหน้าเจอกันเดอะสคริปท์ข่ะ
จบการรายงานแบบง่อยมากเพียงเท่านี้ ขอลาไปด้วยคำติเล็กๆน้อยๆ

-พี่พนักงานเดินตั๋วดูไม่ค่อยมืออาชีพเลยฮะ ทีมงานเยอะมาก ยอมรับเลย แต่แบบคนหน้าประตู ต้องถือโพยว่าล็อคไหนเข้าประตูไหน คือเค้าน่าจะให้คนที่จำได้มายืนอะ มาอย่างงี้เราเดินหาเองยังดีกว่ามะ ละตอนคอนเสิร์ตเริ่มแล้วก็มาสายกันจัง เรานั่งติดบันไดด้วย จะลุกไปตบให้เข็ดทีหลังเข้างานชั่วโมงนึงล่วงหน้าละ บางคนมาสายก็ไม่ได้สนใจนะ ถือเบียร์มาอีก พ่องงงงง ละคือเจ้าหน้าที่ส่องไฟฉายแบบกลัวคนตกบันได เข้าใจ แต่เค้าฉายขึ้นมาตามความสูง ก็ประมาณสี่สิบองศาชะ ไล่ตามบันไดขึ้นมา คือเค้าก็ทำตามคำสั่งแหละ เข้าใจ แต่แบบมันแยงตาว้อยยยยยค่ะ ดูคอนเสิร์ตไม่รู้เรื่องงงงง
-อีแท่งไฟนี่เลิกได้มะ แสบตาสัส

จบละ ขอบคุณ 5555

Friday, March 6, 2015

ละครเวที Beauty and the Beast ณ รัชดาลัย (สปอยล์)


 บอกก่อนเลยว่าตอนแรกก็ไม่ได้อินจะไปดูอะไรหรอก เฉยๆ บัตรแพง 555 ตอนแรกเพื่อนลากเข้ากรุ๊ปยังไม่รู้เลยคืออะไร ชื่อวงเหรอ 5555 สรุปในที่สุดก็ได้ไปดู หลังจากรอกันไปรอกันมา ละสุดท้ายเพื่อนจองบัตรพร้อมโทรมาบอกว่าว่าจะไปดู สองวันล่วงหน้า เห้ย ไม่ถงถามสุขภาพสักคำ 555

ไปถึงเอสพละนาดตั้งแต่สามโมงกว่าๆ รีบ ไม่มีใครว่างไปส่ง เดินเล่น หาที่อ่านแกะรอยแกะดาว สรุปทั้งวันนั้นอ่านไปได้ประมาณสิบหน้า กาก 5555 เดินเล่นบีทูเอส กินเฟรนช์ฟรายแมค สาขานี้ทำชื้นมาก ฮือ
เกลียด

เพื่อนมาประมาณหกโมง ตอนแรกจะไปกินบอนชอน เดินผ่านไป ตอนแรกเราบอกคนไม่เยอะอะ (สามโมงคนไม่เยอะ 5555) พอไปถึงอีหยงนี่จะร้องไห้ คิวแบบ โหยยย แจกฟรีหรอ 5555 เลยลงไปกินอาหารเวียดนาม ชื่อร้านมิส ไซ่ง่อน ทั้งร้านมีพนักงานเสิร์ฟคนเดียว ไอ้เราก็รีบ ละครเล่นทุ่มนึง กลัวไม่ทัน พี่แกก็ช้า ยังดีนะอาหารไม่มาตอนแบบ หกโมงห้าสิบ 555 สั่งไปหลายอย่าง สรุปกินของตัวเองไม่หมด เพราะพุงมีแต่เฟรนช์ฟราย 5555 แต่ปอเปี๊ยะทอดกับปากหม้อ หมด ปากหม้อนี่คำเดียวก็อิ่มละ 55555 ปอเปี๊ยะทอดคำสุดท้ายนี่ต้องหั่นครึ่งแบ่งกับหยง อิ่มสุด เฝอไก่ของอนงไม่พีคเท่าไหร่ เส้นหมี่ยำไซ่ง่อนของหยงนี่คือใบไม้และเส้นหมี่ 5555

ปล. มีแมลงวันในน้ำตะไคร้และผมในเส้นหมี่ด้วย ฮือ

กินเสร็จก็รีบๆๆๆจ่ายตังค์ วิ่งขึ้นไปชั้นสี่ สรุป อนงบอกว่าเล่นทุ่มครึ่ง ไปกันห้าคนมีอนงรู้คนเดียว 5555 เลยไปเดินเล่น ละเจอเบสท์ก่อน นางวิ่งมาจากเซนเวิล ขึ้นรฟฟ. ลงใต้ดิน ละพอออกดันออกผิดประตู โถลูก ละก็เจอไหม แอนด์รุ่นพี่ เข้าไปนั่งรอก่อนละครเริ่มแปปนึง

ไม่เอาไปเก็บรีไซทอลนะ ฟินมากเรื่องนี้ 55555
ถ่ายได้หนึ่งรูปถ้วน 5555
มาลัย แอนด์ อนง : เมื่อย

ไหม : กูอยู่ตรงไหนของรูปวะ
เริ่มมาก็เล่าเรื่องว่าทำไมบีสต์ถึงโดนสาป เอฟเฟคอลังเลอค่ามาก แม่มดจากตัวงอ กลายเป็นตัวสูง ลอยฟิ้วๆ สาปเจ้าชาย ตอนแปลงร่างนี่อย่างพีค ปิดไฟแปปเดียว เป็นคุณบีสต์เลย กรีส

ทุกอย่างอลังการ ค่อยๆเล่าเรื่องไป เบลล์เป็นเด็กสาวประหลาดประจำหมู่บ้าน ชอบอ่านหนังสือ มีพ่อนักประดิษฐ์ แต่ด้วยความสวยของนาง ทำให้กัสตอง (อีตาเสื้อแดงปกเหลืองในการ์ตูน) มาตามจีบ ตานี่ก็มีลูกสมุนบ๊องชื่อเลอฟู ที่ตีลังกาตลอดเรื่อง โดนต่อย โดนผลักให้กลิ้งตลอด 5555 ชอบ ฉากรถของพ่อเบลล์คือพีค คือโชว์ว่ารถพังได้ ตัดท่อนไม้ได้ แถมขับได้อีก กรีส 

พ่อเบลล์เดินทางไปประกวดสิ่งประดิษฐ์ ปรากฎว่าโดนหมาป่าบุก เลยวิ่งไปเจอปราสาทของบีสต์ พ่อบ้านลูมิแยร์เปิดประตูให้เข้าไป ฮีก็เดินๆอยู่ เครื่องใช้ต่างๆในบ้านก็มาหา เอาผ้าห่ม ชา มาให้ บีสต์ดันมาเจอ ตู้ม โดนขังเลย ตัดไปเบลล์เจอเลอฟู  ฮีห้อยผ้าพันคอของพ่อที่เบลล์ทำให้ นางเลยตกใจ ขอให้กัสตองช่วย ฮีก็แมนเหลือเกิน บอกไม่ได้ เลยไปเอง เจอหมาป่า ซึ่งโคตรเหมือน ใช้คนใส่ชุดดำมายกขาหมาป่า ชอบๆ ก็เข้าไปละเจอปราสาท พวกของใช้ในบ้านงี้ดีใจ เจอผู้หญิงละ พอบีสต์มาเจอ เบลล์เลยขอแลกตัวกับพ่อ ยอมโดนขังตลอดไป เบลล์ก็รำพึงรำพันทำไมบ้าน (โฮม) ถึงต้องเป็นที่นี่ ทำไมออกไปไม่ได้ ฮือว บีสต์ก็มาสั่งให้ไปกินดินเนอร์ นางก็ไม่ไป บีสต์ก็โกรธ คือเครื่องใช้ก็ยุให้พูดนั่นพูดนี่ ให้พูด พะ(ลีส) ฮีก็พูด พะ เฉยๆฮาลั่นโรง ละมีตอนนึงเบลล์สวนว่าบีสต์หยาบคาย ฮีก็ทำเสียงล้อเสียงผู้หญิงตอบอะ ฮาอีก ละก็มีฉากนึงกัสตองหลงตัวเอง เคาะแก้วน้ำดังเป็นจังหวะ โคตรพีค ชอบมั่ก 

 ซักพักเบลล์ออกมา หิวอะ เครื่องใช้ก็จัดการเอาของมาให้ เกิดเป็นเพลง Be our guest ที่ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง จานช้อนส้อมมีดออกมาเต้น แต่ตอนจบคนดูงง อ้าว กินเสร็จแล้วหรอ 5555 

เอาเวอร์ชั่นการ์ตูนไป อันจริงไปรอดูของจริงสิ 555

จบองค์หนึ่งด้วยความเศร้าของบีสต์ 



เบลล์กับปะป๊า
กัสตองกับเลอฟู เหมือนการ์ตูนมั่ก
enchanted objects ทั้งหลาย นาฬิกา ตู้เสื้อผ้า โคมไฟ ไม้ปัดขนไก่ กาน้ำชา และถ้วยชา

ฉากเคาะถ้วยน้ำ อย่างพีค


กลับมาองค์สอง มีคนพยายามจะเอาพ่อเบลล์ไปรพ.บ้า ระหว่างนั้นเบลล์กับบีสต์ก็เริ่มรักกันละ เบลล์เปลี่ยนเป็นชุดสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง ทีมงานเครื่องใช้บอกให้บีสต์ชมชุดเบลล์ ฮีก็ชมแบบเขินๆ นั่งอ่านนิยายคิงอาร์เธอร์มุ้งมิ้งกันสองคน บีสต์บอกไม่เห็นเคยรู้เลยว่าการอ่านหนังสือจะทำให้หลุดไปสู่อีกโลกนึง ทำให้ลืมสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ขนาดนี้ ฮือแทน ละพออ่านจบ เบลล์ก็บอก ขอแก้ตัว ขอชวนบีสต์ไปกินดินเนอร์เหล่าเครื่องใช้ (คนดูด้วย) ก็ฟินๆกันไป กรี๊ดลั่นโรงเลยข่า

ชุดเหลืองมาละข่า สวยดี แต่ไม่เหมือนการ์ตูนเท่ากับชุดสีฟ้า กินๆ เต้นๆ คุณนายพ็อตตส์(กาน้ำ) ก็มาร้องเพลง Beauty and the Beast ชอบบบบ ฟิน เบลล์ก็ลากบีสต์ไปเต้นฮีบอกไม่เต้น นั่ลล้าค เถียงกันเสร็จก็เต้น 555 เต้นเสร็จอยู่ดีๆนางก็บอกคิดถึงพ่อ บีสต์ก็ให้ดูกระจกวิเศษบอกข้าเถิด ปรากฎเห็นพ่อกำลังจะโดนพาไปรพ.บ้า เบลล์ก็รำพันว่าอยากไปช่วย แต่ไปไม่ได้โดนขัง บีสต์ก็บอกว่าไม่ได้ขังแล้วนะ ไม่ได้เป็นนักโทษตั้งนานแล้วจ๊ะ บอกให้เบลล์ไปหาพ่อ โก โก ตั้งหลายรอบ ฮือววววว น้ำตาจะไหล เบลล์บอกฉันจะไม่ลืมเธอนะ ฮือ เครื่องใช้ก็เฟลใหญ่ อดกลับเป็นมนุษย์แน่เลยฮือ บีสต์ก็ร้องเพลงเดิมถึงเบลล์

กลับไปที่หมู่บ้าน เบลล์ไปทันเวลา (แถมยังมีเวลาร้องเพลงบอกว่า ออกมากจากปราสาทแล้วเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป อีกต่างหาก) ช่วยพิสูจน์ว่าบีสต์มีจริงนะ ด้วยการเปิดกระจกให้ดู ชาวบ้านงี้ตื่นเต้น ตากัสตองรีบทำแมนบุกไปปราสาทบีสต์ เบลล์ก็รีบไป พอไปถึงบีสต์กับกัสตองก็ไฟ่กัน ตอนแรกบีสต์จะชนะละ ยัยเบลล์มา บีสต์หันหลัง อีกัสตองแทงข้างหลังเฉย ผมนี่เจ็บแทนเลยครับ ละกลับไปไฟ่ต่อกัสตองร่วงตกบันไดเฉย แต่ขนาดปิดไฟยังรู้สึกว่าร่วงไกลและเจ็บมาก ซาวนด์เอฟเฟคมาเต็ม อะ ทีนี้ก็ได้รักกันละ บีสต์กลายร่าง แบบอลังการมาก สลิงดึงขึ้นไปเมตรกว่าๆ หมุนรอบตัว ไฟดับ แถมมีไฟมาแยงตาอีก แหม่ 555 ร้องเพลงเดิมที่พูดเรื่องบ้าน แต่ตอนนี้แฮปปี้ละ เย่ จูบกันอยู่นั่น(เค้าเป็นแฟนกันจริงๆ กรีส) ละเครื่องใช้ทั้งหลายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ชิป(กาน้ำ) โคตรรรรรน่ารัก ถามแม่ว่า แม่ฮะ ผมยังต้องนอนในcupboard อยู่มั้ย คนอื่นก็เฉยๆ ยัยไม้ปัดขนไก่คือเหมือนเดิมเด๊ะ 555555

กรี๊ดลั่นโรงเลยข่าคือฟินมาก บอกอะไรไม่ได้มากกว่า ดีงามอะฮือววววววววว สองพันห้านี่ผมดูไปห้าพันเลยครับ ฟินสุด สมควรจัดมีทแอนด์กรี๊ดให้อนง ออกจากโรงลงมาพยามหาป้ายที่มีรูปบีสต์ตอนแปลงร่างเสร็จแล้ว สรุปไม่มี กำ 5555 แต่คือฮีหล่อนะะะะะ มากกกกกกก

ชอบอะไรบ้าง
-ฉาก อลังการ สีสวยมากๆ แบบได้ฟีลการ์ตูนสุดๆ ทุกอย่างสีสด ทุกคนเหมือนมาก โดยเฉพาะเครื่องใช้นี่บั่บ โห ขนาดในการ์ตูนมันเป็นเครื่องใช้พูดได้ เวอร์ชั่นคนยังทำได้เหมือนขนาดนี้ ชอบอะ ลูมิแยร์นี่เฟี้ยวมากจุดไฟได้ด้วย
-ซาวนด์เอฟเฟค พีคไปมะ บางฉากนี่แบบใส่เอฟเฟคเสียงพูดด้วย(มั้ง) แบบฉากที่พูดเข้าไปในบ้าน ฉากที่พูดผ่านโทรโข่ง อะไรงี้ คือเด็ด ชอบๆ
-ไฟ ไม่ค่อยมีความรู้ แต่อย่างฉากแปลงร่างคือแบบดีไซน์มาดีมาก ใช้เวลาคุ้มค่า แถมมีแยงตาคนดูให้มองไม่เห็นด้วยอีก เอ้า 55555
-ความฟินของพระนาง ฮือ เล่นได้ฟินมากข่า

ขอขอบคุณ
-ผู้ร่วมผจญภัย ร่วมฟิน อนง หยง ไหม เบสท์
-อีดิ๋มที่ตอนแรกชวน ถ้าแกอ่านนี่คือรีวิวเพื่อแกเลยนะ หายไวๆ 5555555555
-ตังค์เก็บที่รวบรวมมาได้ทันเวลา 55555555

ฟินค่ะแกกกกกกก
สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บจ๊ะ Disney : Beauty and the Beast

Wednesday, February 18, 2015

This Wild Life : บางกอก 2015

งานฮิปสเตอร์เพื่อคนฮิปๆ
ตอนแรกที่ฟังนี่ไม่ได้คิดถึงฮิปสเตอร์ขนาดนั้น นึกว่าแค่ฟีลเคราๆสักๆฟอนต์ชื่อวงสวยๆเฉยๆ ไปถึงงานนี่โอ้โห้ นี่รวมชาวฮิปๆมาจากไหนได้เยอะแยะ ละที่ตลกคือ ที่ร้านใกล้ๆกันจัดงานแต่ง ซึ่งก็เป็นธีมฮิปสเตอร์เหมือนกัน ขนาดที่ว่าพี่หลายๆคนที่มาดูดิสวายไลฟ์ น่าจะเดินเนียนๆไปกินได้ 5555

เปิดวาร์ปกลับมาบ้านก่อน นอนไปหน่อยนึง ออกจากบ้าน ถึงเจเจกรีน 16.30 เป๊ะ 55555 แลกบัตรมีท นั่งเล่น ซื้อซีดี+โปสเตอร์ ซีดีอย่างถูก 300 (ละเหมือนเค้าเอามาเยอะมากเลยนะแบบเป็นลังเลยอะ พอตอนประตูเปิดหมดแล้วอะ พีค) ซักพักก็เริ่มเจอพี่ๆ เจอพี่บีม (ซึ่งพี่เค้ามาทักก่อน & เรานึกหน้าพี่เค้าไม่ออกเพราะไม่เคยเจอ ฮา) พี่หยกพี่เอลฟ์ พี่มิน แอนด์เดอะแก๊ง

ประมาณ 17.30 มั้ง ได้มีท เดินเข้าไปก็ตั้งแถว คราวนี้ได้สามแถวเองมั้ง งงๆเหมือนกัน คนอย่างน้อย ชีวิตดี ชิว รอนานเหมือนกันนะกว่าจะออกมา พอออกมาพี่แกเอาเก้าอี้ที่เค้าเตรียมไว้ไปเก็บ ทำหน้าจริงจังชีวิตมั่ก ทั้งแถวมองหน้ากันอย่างช็อค 5555555 แบบห้ะ คืออะไร ฮิปจริง ล้ำเว่อร์ ซักพักเซ็นไปสองสามคนพี่แกก็เดินไปคุยกับทีมงาน ตอนแรกแบบ เอาแล้ว ยกเลิกไม่ต้องมีท (ก็เว่อร์ไป 555) ปรากฎคือเค้าบอกว่า เซลฟี่ได้เต็มที่ นั่ลล้าคคค พอถึงแถวเราพี่แกก็เซ็นให้ แต่ไม่ค่อยคุยเลย เราก็ยืนเขินๆอยู่ 555 ถ่ายรูปรวม แล้วก็ถ่ายรูปเซลฟี่ กล้องของงานถ่ายให้เลย ก็ดีอะ แสงมันน้อยไปกล้องมือถือออกมาดับอนาถแน่ 555 ทุกคนถ่ายรูปเดี่ยวกับวงแบบเต็มที่มั่ก วงก็ให้เต็มที่ ขำ พี่หยกไปขอถ่ายรูปรอยสักที่ขาแอนโธนี่ ละพอนางยกขาลง นางบ่นปวด บอกแก่แล้ว จ๊ะ 5555

ซื้อหน้างานเลยจย้า

โต๊ะมีท

 
หลังจากเอาเก้าอี้ออก5555
เป็นกันเอง แฟนเซอร์วิสแบบสุดดดด

ออกมานั่งกินเบอร์เกอร์ (ในที่สุดก็ได้กิน คราวที่แล้วเหลือแต่เนื้อ 55) นั่งเม้าท์มอยไปเรื่อยๆ รำลึกความหลังสมัยดูคอนเสิร์ตใหม่ๆ อย่างเพลิน ประมาณ 19.45 เค้าก็เปิดประตู เลทมา 45 นาที ตอนแรกสุดอะนึกว่าไม่มีคนแน่เลย ทีไหนได้ แถวสาวๆยาวเฟื้อยไปยันร้านอาหารตามสั่งเลยจ่ะ ละงานนี้ผู้หญิงอย่างเยอะ 5555 ไม่น่าเชื่อ คืองานที่แล้วแบบต่อแถวอะ ผช.คือยาวเฟื้อยยย ผู้หญิงแปปเดียวได้เข้า นี่คือผญ.อย่างยาววว เข้าไปก็ยืนเกาะรั้วรอ ประมาณ 30 นาที พี่เควินออกมา เอาไอโฟนมาเสียบแจ็ค แอบตื่นเต้น เทคโนโลยีนี่มันล้ำจริงๆ 5555555

เป็นฮิปสเตอร์ต้องถ่ายรูปมุมสูง

เปิดมาด้วย History แอบงง แต่เห็นเซ็ทลิสต์ก็ประมาณนี้ทุกที่ คนร้องตามได้ แต่มือถือท่วมโลกมากช่วยด้วย แบบหันคอไม่ได้ติดหมด 5555 โถ่


ละพี่แกก็ใส่ๆมาเรื่อยๆ พูด thank you ทุกเพลงด้วยโน้ตเดียวกันประหนึ่งตัดแปะ55
Over It ชอบส่วนสามพยางค์เพลงนี้ คือดีย์
Root and Branches ชอบเพลงนี้อีกอะ ฮือว ความหมายดีมั่ก ชอบท่อนที่บอกว่า it's just not ours anymore ฮือว


ละพี่แกก็พักพูดทักทาย แบบพวกเรามาจากไหน มีอยู่ตอนนึงเค้าบอกพอเล่นเอเชียละคนแบบ polite มาก ถ้าเป็นที่เมกานะ คนจะตะโกนตลอดเวลาให้เล่นเพลงนั้นเพลงนี้ 5555 เราก็เออว่ะ มันไม่อยู่ในวัฒนธรรมเราขนาดนั้น หรือเป็นเพราะสาวๆเยอะ เออคิด 55

No More Bad Days คือชอบเพลงนี้อยู่แล้ว ยิ่งเค้าบอกแต่งให้แม่ คือซึ้งงะ เสียดายท่อน resilience is my promise แกเล่นกีต้าร์แทน ชอบท่อนนั้นเกือบจะที่สุดในเพลงละ เออละเหมือนเพลงนี้มั้ง พี่แกไม่หลบเสียงเลย ลากลงไปร้องต่ำกันเลยทีเดียว งง คิดไม่ทัน 555
Ripped Away this is a first song we've ever wrote as a band
Better With You พักหลังเริ่มงึมๆงำๆร้องไม่ค่อยได้ 55555
Puppy Love ตอนเริ่มพี่เควินบอกว่าแต่งให้คนที่สำคัญมากมากมากในชีวิต เค้าอายุแปดขวบ เป็นฮาล์ฟปอมเมอเรเนียน กำ 555555 นั่ลล้าค ในไบโอแกก็เขียนว่ารักหมา นั่ลล้าค จ่ะ ชอบท่อนผิวปาก คือแบบคือความพีคของโลกนี้ คือเราเป็นคนผิวปากไม่เป็นอยู่แล้ว ละยิ่งท่อนจบที่ผิวปากเป็นสามพยางค์คืออะไร ทำได้ไง พีคไปมะ พอเล่นจบเพลงเค้าก็บอก เนี่ย มีสองอย่างนะ 1. สาวๆที่กรี๊ดนี่กรี๊ดดังมากเลย ไปยืนทำอะไรกันอยู่ข้างหลัง ทำไมไม่มาข้างหน้า!? 2. พ่อหนุ่มคนนี้ (ชี้มาที่ฝรั่งคนใกล้ๆเราเลย) ท่อนที่บอกว่า It's just how much I love you เค้าหันไปร้องให้แฟน ละก็หันไป เอ้า แอนโธนี่ รอเหี้ยอะไรอยู่ตบมือสิครับ 55555 ละบอก they're getting laid tonight ด้วย วร้าย

A video posted by freedomyok (@freedomyok) on

ขอ tie-in แปป เค้าก็มีเพลงเกี่ยวกับหมานะ อิอิ



Bound To Break อะ เควิน : พวกเราออกอัลบั้มแรกกับ epitaph นะ มีใครมีแล้วบ้างยกมือ คนดู : เงียบ ตลกสัส 555 สงสาร เค้าบอกขอเล่นเพลงอัลบั้มใหม่บ้างนะ แล้วก็นี่เพลงสุดท้ายแล้ว บ้ายบายยยย

คนดูกัน One More Song! กันไปตามระเบียบ ฟร้อนโรว์ชาวป็อบพังค์ก็ได้แต่หวังว่าจะเล่น If it means a lot to you บ้างอะไรบ้าง 555555 ขึ้นมาปุ๊บก็บอกว่า เนี่ยเดี๋ยวจะเล่นเพลงคัฟเวอร์นะ เพลงนี้ของ เคธี่ เพอร์รี่ ชื่อ Fireworks เงิบกันทั้งห้อง งงไปเลย นึกว่าจะเล่นจริง ที่ไหนได้ Sleepwalking จย้า คนดูร้องดังกว่าเพลงวงอีก แอบสงสาร 5555555 เพลงสุดท้ายคือ Concrete จบลงไปด้วยดี ยืนรอแอบหวังให้ออกมาอีก 555 ละคือเค้าไม่ยอมเปิดไฟซักที งงกันไปเลย

งานนี้ชอบที่สุดคือความล้ำของแบ็คกิ้งแทร็คที่มาในไอโฟน และรำคาญอีกเสียงอะไรไม่รู้ ฟี้ๆ ตลอด รู้สึกจะประมาณเครื่องพ่นหมอกอะไรฟีลนี้ แบบโอ่ย มาตอนแรกนึกว่าเอฟเฟคจ้า 55555 อ่อละก็แอบเซ็งเวลาพี่แกไม่ร้องเสียงหลบ โถ่ ไม่ใจเลยพี่อะ 5555

ฟินกับความเป็นกันเองของศิลปินมั่กๆ ดีงามมมม กลับมาอีกนะจ๊ะ 



มีทีวีมาถ่ายด้วย ไม่ทำมะดา

 

งานแต่งธีมฮิปสเตอร์ค่า

มีธงกระดาษ รถโบราณ ต้นไม้ ครบข่ะ

Thursday, February 12, 2015

New Found Glory Live in บางกอก 2015

มีทแอนด์กรีทครั้งแรกในชีวิต
ฮือออออ คือเป็นงานที่ฟินมากแบบฟินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตอนแรกก็ซื้อบัตรแพคคู่ twl ไปไม่ได้คิดอะไร ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดว่าจะได้มีท คือไม่ได้ติ่งมากเลยไม่ซีเรียสอะไร พอก่อนงาน พี่ไมค์ แอมโบรสลงอินสตาแกรมว่ามาเล่นแทน โหยยยยย แทบจะกรี๊ด ติ่งออกทันที พอได้มีทก็เลยแอบหวังว่าจะได้เจอพี่ไมค์ซักหน่อย

วันงานออกจากศาลายาตั้งแต่บ่ายสาม ไปถึงจตุจักรกรีนชิวๆตอนประมาณสามครึ่ง แลกบัตรมีท (ลืมถ่ายรูป555) ละก็ไปกินข้าวที่เจเจมอลล์ เดินถ่ายรูปเล่นอะไรไปเรื่อย

ยังเป็นเด็กน้อยอยู่ค่ะ
แฮ่
 กลับมาก็เกือบห้าโมงละ เดินไปเดินมา เจอพี่ๆแก๊งดูคอนเสิร์ต พี่หยก พี่ขวัญ พี่เนย พี่เบิร์ธ นั่งรอแปปนึง ยังคงได้ยินเสียงซาวนด์เช็คจากข้างใน ห้าโมงนิดๆก็เข้าไป ตั้งแถว10แถว เค้าบอกให้เซ็นได้แค่หนึ่งอย่าง ห้ามถ่ายรูปเซลฟี่ เราก็เออ โอเค ยังไงก็ตั้งตารอเจอพี่ไมค์ 55555555 เข้าไปคือพอเดินออกมาน้าแกก็โบกมือให้ จอร์แดนอย่างแก่ พี่เอียนผอมลง แชดหัวฟ้าคืออะไร 5555555 คือกรี๊ดพี่ไมค์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หล่อลากสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ เราแถวที่เท่าไหร่จำไม่ได้ 5555 พอเดินเข้าไปก็เจอน้าแชดก่อน ละก็เอียน จอร์แดน ทุกคนถามฮาวอาร์ยูหมดเลย ไม่รู้จะตอบอะไร บอก เกรท (โง่มั่ก เรียนอังกฤษมากี่ปีวะ) พี่จอร์แดนยื่นมือให้เชคแฮนด์ด้วย จริงๆอยากไฮไฟว์กับลุงๆแกนะแต่ไม่ทันซักคน 555555 พอถึงพี่ไมค์ก็ยื่นบัตรคอนเสิร์ตให้เซ็น บอก can you sign here? ละก็บอกว่าเนี่ยมาดูsyg ทั้งสองรอบเลยนะ เค้าก็พูดอะไรซักอย่างฟีลจริงหรอ 5555 ละเราก็บอก can I hug you? ฮีบอก ชัวร์ (แรดมั่ก) แบบโมเม้นนั้นคือฟินมั่ก หล่อออออ ละฮีบอก I broke your ticket 555 เราแบบ มะเป็นไรรรร ขอลายเซ็นเสร็จก็ถ่ายรูปรวม
เวที

โต๊ะมีท 

หล่อเนอะ

ปลื้มยั่งก่ะได้เกียรติบัตร

ฟินนนนนนนน
บรรยากาศข้างนอก

ออกมาก็นั่งเปื่อยยาวๆๆๆๆ กินไก่ไปชิ้นนึง นั่งเม้าท์กับพี่ๆระลึกความหลังมั่งอะไรมั่ง เดินไปเข้าห้องน้ำเสียสามบาท เซ็ง 55555 ทิชชู่ก็ไม่มี คนก็ทยอยมาเรื่อยๆ ตอนแรกเห็นคนหน้างานอย่างน้อย ตอนแรกนึกว่าเอาแล้ว เจ๊งมั้ยเนี่ย แต่พอใกล้ๆก็เริ่มเยอะ ประตูเปิดทุ่มกว่าๆ เข้าไปนี่คนได้แค่ซักสามแถวเอง ตอนนั้นเริ่มหิวละ 5555 ยืนหิวจนจบงานเลยฮือ วงเล่นจริงๆเกือบสองทุ่ม ตอนนั้นคนเยอะพอเซอเคิลพิทแล้ว ยังดี เจอตา @giglife ด้วย เดินสูงผมยาวไปมา 55555

เซ็ทลิสต์ตามนี้เลยจ่ะ
เปิดมาด้วยวีดีโอนี้

ละพี่ไมค์พี่แชดพี่เอียนก็เดินเข้ามา เปิดด้วย Selfless เรายืนตรงฝั่งพี่เอียน ฮีแลบลิ้นให้กล้องตลอดเวลา 5555 นั่ลล้าค จอร์แดนคือแก่จริงงงงงงงง แรงมีตกนิดหน่อยตอนเพลงหลังๆแต่ก็โอเคอะ น้ากิกไลฟ์เดินไปเดินมาตลอดงานทั้งเล่นกีต้าร์แบ็คอัพ เล่นคีบอด ส่งกีต้าร์ ครบ55555
ส่วนใหญ่ก็คือฟินพี่ไมค์ หล่อมั่ก ดูไป แกะกลองไป ฟินไป 55555
Resurrection ฟินพี่ไมค์จุง 555


Hold My Hand ตอนร้องไปทุกคนก็ยกมือวววว


Anthem For The Unwanted คือเหมือนพี่ไมค์จะจังหวะล่มๆนิดนึง เล่นไปก็เลื่อนๆเท็มโป้ขึ้นๆลงๆ พี่แชดก็หันมามอง โอ๋ ไม่เป็นไรนะติ่งให้อภัย
Worst Person ก่อนเล่นเพลงนี้คือพี่แชดถามว่า มีใครมี Resurrection มั้ย คนยกแอบน้อย เรายังไม่ยกเลย ยังไม่ได้ซื้อ 555555 พี่แชดบอกว่าเนี่ย นี่สตูดิโออัลบั้มที่ 8 แล้วนะ เราเล่นมา 18 ปีแล้ว ถ้าไม่มีพวกคุณก็ไม่มาขนาดนี้ กรี๊ด ละก็บอกว่าเดี๋ยวจะสอนร้องให้ จอร์แดนชอบมากเวลาพวกคุณร้องตาม เอานะ ไปปป เดี๋ยวตอนจบก็ร้องได้ เคนะ ละก็ให้พี่ไมค์ตีกลองละพี่จอร์แดนสอนเนื้อ อย่างเฟี้ยว



It's Not Your Fault มีเสียงคีย์บอร์ดมุ้งมิ้ง  แอบรำคาญเสียงพี่จอร์แดนเพลงนี้ 55555
Ready And Willing ก่อนขึ้นพี่แชดบอก นี่เพลงนี้เกี่ยวกับการทำอะไรซักอย่างให้ประสบความสำเร็จ (พูดฟีลแหละนี้จำเนื้อหาไม่ได้ 5555) 
Failure's Not Flattering เฮ้ เฮ้ เฮ้ เฮ้


Kiss Me โอ่ย เพลงสมัยมอปลายมากจ้า อย่างหลอน 5555555555 แต่พีคอะแบบครั้งแรกที่ฟังคือตอนมอสาม นี่ปีหนึ่งแล้ว ยังบอกเพื่อนที่วงให้เล่นคิสมีเวอร์ชั่นนิวฟาวอยู่เลย


Intro ฟังกี่ทีก็พีค และก็ร้องตามไม่ได้ 5555555555555 เร็วมั่ก ตอนฟังครั้งแรกสี่ปีทีแล้วนึกว่าพี่แกเอาเพลงมาสปีดอัพ ที่ไหนได้แม่งเร็วเกือบเท่านั้นตั้งแต่แรกละ 55
My Friends Over You ฮือพีค คือแบบท่อน You were everything I've wanted บั่บว่าาาาาา ฟินนน ที่เค้าหยุดทั้งวงอ่ะ โอ่ย งดงามเหลือเกิน 5555

ละพี่แกก็แต้งกิ้วเปิดวาร์ปลงไป ข้างล่างก็ตะโกน NFG! NFG! NFG! ขึ้นมาก็ต่อด้วย One More Round เพลงนี้เดี๋ยวเป็นเอ็มวีด้วย แอบไปเห็นมา
A photo posted by Justin K (@giglife) on
 Truck Stop Blues รู้สึกพี่ไมค์จะเข้าผิด ไม่ชัวร์ 555 พี่แชดก็กวนตีน are you ready mikey? อยู่นั่นน่ะ 
All Downhill From Here จบอย่างฟินมั่ก เดือดฝุดๆ ชอบตอนจบทั้งเพลงนี้ละก็ My friends ที่เค้าย้ำลูกจบอีกรอบ เฟี้ยวดี
มีอยู่ตอนนึงพี่แชดบอกว่า ที่เรายังเป็นวงอยู่เพราะเรารักที่จะเล่นดนตรี ไม่ว่าคนจะมาดูเท่าไหร่ พันคน หรือคนเดียว เราก็จะเล่น เพราะเรารักในเสียงดนตรี พีคสัสสสสสสส <3 เออละพี่แชดร้องประสานมาทีไรพีคทุกที แน่นดีชอบ

จบก็ถ่ายรูป แฮปปี้ ฟิน แอบงอนพี่ไมค์ ยื่นไม้กลองให้สาวฝรั่งนิ่มๆเลย แล้วพวกหนูล่ะพี่ 5555





หน้าพร้อมออกกล้องตลอดข่าาาา

เจอพี่แนร์ อิอิ