Tuesday, April 14, 2015

มาลัยตะลุยลอนดอน 7 วัน 7 คืน พาร์ท 1 : ได้อะไรมาบ้างจากไหนบ้าง

ก่อนอื่นขอเปิดฉากบล็อกมหากาพย์ที่ตั้งใจจะเขียนให้เสร็จทันสงกรานต์ แต่มีแววว่าไม่รอด 555555 ด้วยการตะลุยช็อป+แหล่งอาหารแบบทะลุตรอกซอกซอยลอนดอน

เกริ่นก่อนว่าไปเที่ยวลอนดอนด้วยแพลนของแม่ที่จะไปอบรมต่อที่สเปน เลยยกครัวมาแวะลอนดอน แผนการเตรียมงานอย่างเรื่อยปื่อยก็เริ่มต้นเมื่อมาลัยปิดเทอม จะขอไล่เรื่องคร่าวๆตั้งแต่วันที่1-7
ที่พัก : 5 Cheshire Street E2 6ED





0. อาหารบนเครื่อง British Airways ฟู้ดจากครัวไทย น้ำคือใช่ 55555555 ดันเลือกอาหารวีแกนทั้งสองมื้อ เงิบเลยข่า

มันฝรั่งบดอร่อย
 
ไทยเคอรี่ วีแกนล้านเปอเซ็น น้ำตาจะไหล เผ็ดก็ไม่เผ็ด
1. อังคาร 31 มี.ค. 2558
มื้อเช้า : แซนด์วิชและสลัดจาก Brick Lane Coffee คนขายหน้าตาเหมือน ed sheeran และทักทายลูกค้าแบบเฟรนด์ลี่เว่อร์ ร้านอุ่นมากกกก ฟินสุด ซื้อไป 17ปอนด์ อย่างแพง ชอบสปาร์คกลิ้งวอเต้อ มะเขือเทศที่นี่สดมั่ก

Brick Lane Coffee
157 Brick Lane
London E1 6SB
 
ข้างในกระดาษเป็นแฮมชีสมั้งถ้าจำไม่ผิด แต่คือทุกอันฟิน มะเขือเทศกับแตงกวาสดมากกกก น้ำสลัดก็ดี แซลมอนสด อ๊าง
มื้อเที่ยง : เนื่องจากออกจากบ้านสายมากจึงไปกินเอาบ่ายๆ ณ เวสมินสเตอร์ เป็นฮอตดอกธรรมดา ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ทำหกด้วย กำ55555

มื้อบ่ายๆ : เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น อีเจ๊พนักงานดุมากกกกกกก ตลก รับออร์เดอร์ .....anything else? แบบรัวมาก กดดันมาก พี่ใจเย็นๆนะ ที่ตกลคือโต๊ะข้างๆเป็นเด็กนักเรียนไทย ด่าอีเจ๊ใหญ่เลย คือนางวีนเว่อร์ งง 55555 มีแบบ มาสี่คน ขั้นต่ำ 40ปอนด์ด้วยนะ คืออะไร้!

ทั้งโต๊ะอร่อยอย่างเดียวคือชา กำ! แบบเป็ดก็ชื้นๆแฉะๆ ผัดผักก็งั้นๆ ขนมก็จีนเกิ้น เฉยๆ 55555

Les Miserables : ได้ Brochure มา ยิ่งใหญ่อลังการ 5ปอนด์มั้ง อย่างคุ้ม







มื้อดึก : คีบับและนู้ดเดิ้ลโซโห คีบับยิ่งใหญ่อลังการมากกินได้สองวัน นู้ดเดิ้ลจำไม่ได้แล้ว 555

2. พุธ 1 เม.ย. 2558
มื้อเช้า : บะหมี่ถ้วยแบบต่างๆ+กับข้าวไทยที่เตรียมไป พีคมากคือเป็นบะหมี่ถ้วยพาสต้า ไอ้เราก็ว่าทำไมมันจืดจัง น้ำท่วมเลย ปรากฎกินไปถึงก้นถ้วย ชีสท่วมเลยกำ ไปอังกฤษอย่าลืมลอง พีคมั่ด


มื้อเที่ยง : เนื่องจากออกสายอีกแล้วจึงได้แวะกินข้าวที่ร้านใกล้ๆกับ national gallery เป็นร้าน english breakfast อุ่น 55555 เป็นครั้งแรกที่ได้กินช็อคโกแลตร้อน แล้วรู้สึกฟินมั่กกก คือเจ็ดวันกินไปประมาณ 4-5 แก้วได้ ชอบบบ

ร้านมีชื่อหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ป้ายแดงๆ เขียนว่า tea coffee sandwiches hot food eat in take away
ตรงข้ามโบสถ์ St. Martin in the fields เดินตรงมาจาก charing cross จะเจอเลย


ฟิชแอนด์ชิป


hot jacket potato อร่อย แต่ร้อนไปหน่อย 5555
มื้อเย็น : ร้าน albion จริงคือไปซื้อกระเป๋า kanken ที่ร้าน brokedown palace ละเค้าแนะนำร้าน dishoom มา คนเต็ม กำ ปล. กระเป๋า อย่างถูกลองดูราคา แต่ค่าส่งไทยไม่รู้ 555555 ร้านอยู่ที่สถานี overground shoreditch high street เดินออกมาหันซ้าย เจอเลย


The Brokedown Palace
BOXPARK
London E1 6GY

ร้าน albion ก็หาไม่ยาก เดินตรงออกมาจากสถานี overground ละตรงๆมา
 

Albion London
1.03, The Tea Building
56 shoreditch High Street
London E1 6JJ

ร้านคือพีค 555555 แบบคือแถวนี้มันถิ่นฮิปสเตอร์ คนวัยรุ่น วัยทำงาน กำแพงก็เป็นกราฟฟิติ คืออาหารวีแกน กาแฟอะไรออกเฮลตี้เกือบทุกร้าน ร้านนี้ก็เหมือนกัน! สั่งมาแต่ละอย่างนี่เงิบ 555 แต่ก็สนุกดี พนักงานน่ารัก เป็นกันเอง คือถ้าเป็นที่ไทยอาจโดนหาว่าลามปามลูกค้าได้แบบฮีแทบจะเท้าโต๊ะมาคุยด้วยละ แต่เต็มใจบริการดีชอบ นั่งๆกินไป จะหมดละ ไฟดับ! จะเช็คบิลล์ก็ไม่ได้ไม่มีเรคคอร์ด โอเคดีล 555 คือดับซักสิบห้ายี่สิบนาทีงี้ นานจนพนักงานจุดไฟแช็ก ละร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์กัน แบบว่าง เออโอเคดี 5555

ราคาใช้ได้ 5555



น้ำรสชาติประหลาดมากทุกอัน แบบน้ำขิงผสมผลไม้ น้ำสะระแหน่เลมอน ว้าวพีค

Kedgeree ค่ะแก ลองไปชิมๆ

เบคอนพันหมู

ไฟดับเฉย



สุดท้ายก็กลับบ้านได้สำเร็จแจ้ รู้สึกว่าฝนจะตกปรอยๆด้วย

3. พฤหัส 2 เม.ย. 2558
มื้อเช้า : ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง เพราะเมื่อคืนไปซื้อมาจากโลตัส

คอร์นเฟลคยี่ห้อ shreddies สลัดชามยักษ์ องุ่นแดงเขียวสด สตอเบอร์รี่สด สโคน 
 มื้อเที่ยง : ฮอตดอกอีกแล้ว หน้า natural history museum 
แฮงค์อดกิน

มื้อเย็นๆ : หลังจากไปเยี่ยมชมโรงงาน fuller's brewery ก็แวะซื้อแซนด์วิชที่ร้านหน้าโรงงาน อร่อย หน้าตาธรรมดา ที่ตลกคือกล่อง 555555



มื้อดึก : ร้าน @192 แถวบ้าน อยู่ตรงข้าม hookah lounge ร้านเงียบมากคือเพิ่งเปิด ขนาดว่าติดป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟอยู่ เป็นพวกอาหารตะวันออกกลาง รสชาติค่อยถูกปากหน่อย 555

@192 Cafe & Restaurant
192 Brick Ln
London E1 6SA

still water + lemonade ฟินน



ปลากะพง มั้ง 5555

มะเขือเทศกับเลมอเนดคือดีงาม

เนื้อแพะ
ช็อปปิ้ง : แผ่นเสียงและซีดีจ้า ณ rough trade east อยู่ใน old truman brewery ร้านยิ่งใหญ่มาก คนขายหล่อ แต่แอบแพง แบบแผ่นเดียวกันที่ร้านอื่นขาย 11 ร้านนี้ขาย 17 คืออะไร 55555



นิตยสาร Rocksound : ได้จากร้านขายของชำแถวๆ old truman brewery แกมองเราแบบ แบงค์ปลอมป่าว ขโมยของป่าว เงิบ 555555

เปิดดึกมาก มีเกือบทุกอย่างด้วย

ของแพงมั่ก

4. ศุกร์ 3 เม.ย. 2558
อีสเตอร์วันแรก พยายามออกเร็วแล้ว ไม่สำเร็จ 555 แถม overground ปิด เลยต้องไปสถานีใต้ดิน เลยผ่านตลาดฮิปสเตอร์

106 Commercial St
London E1 6LZ

ใกล้ๆกับร้าน allsaints, offspring แต่รู้สึกจะเปิดวันหยุด ไม่ชัวร์วันไหน









ห้องน้ำตลาดสะอาดมาก 55555
ยังไม่หมด วันนี้คือวันที่ได้แวนส์ 555555 
Sportec 
102-105 Whitechapel High Street
London E1 7RA
ร้านอยู่ใกล้ๆสถานี aldgate east รองเท้าถูกมั่ก มีพวก adidas converse vans จริงๆไม่เยอะแต่เราเล็งคู่นี้มานานละ งามมาก 50 ปอนด์ ได้ลดภาษีอีก 3 เหลือแค่ 47 ปอนด์เอง คือดี 


มื้อเที่ยง : ฟิชแอนด์ชิปอีกแล้ว ร้อนมาก 55555 ติดกับทางเข้า tower of london เลย

มันคือร้านนี้ แต่ในกูเกิ้ลไม่เปิด 5555
มื้อเย็น : แฮมเบอร์เกอร์ที่ borough market คือเค้าเปิดสปอตไลท์ให้อุ่นๆ ร้อนหน้าไหม้ 555 ซอสอร่อยมั่ก, น้ำลิ้นจี่ ใส่ลูกอะไรซักอย่างกัดแล้วแตกโป๊ะ ไม่เหมือนไข่มุก ไม่เหมือนวุ้นมะพร้าว ไม่ใช่อะโลเวร่า อย่างเงิบ 5555 ณ แฮร์รอด, ข้าวกับไก่ญี่ปุ่น อร่อย ชามใหญ่ยักษ์กินอยู่สองวัน

ช็อปปิ้ง : Harrods เป็น destination ของเกือบทุกคนที่มาลอนดอนอยู่แล้ว ห้างยิ่งใหญ่อลังการมาก พนักงานน่ารัก โดยเฉพาะพนักงานขายน้ำหอม หล่อทุกคน 555555 ของแพงพอสมควร กวาดหนังสือมาได้หน่อยนึง 

ช็อปปิ้ง : นิตยสาร+หนังสือที่ Harrods จริงๆถือว่าเป็นร้านที่เล็กมั่ก แต่ก็หมดไปหลายอยู่ 5555 คือจะซื้อหนังสือวรรณกรรมอะไรงี้กลับมาเหมือนกันนะแต่แพง และขี้เกียจแบก

พนักงาน Kerrang! สองใช่มั้ยคะ 555 ของอเบก
หนังสือเอ็ดตอนแรกกะจะขาย ตอนนี้ไม่ละ ข้างในอย่างสวย อ่านเอง 5555555
Topshop : อยู่ตรงข้าม Harrods เลย ช็อปยันปิด 55555 ได้ยาทาเล็บมาสองขวดกับไพรเมอร์ ยาทาเล็บดีงาม แนะนำ ดีพอๆกับ yves saint เลย #สมาคมคนเล็บดำ

5. เสาร์ 4 เม.ย. 2558
มื้อเช้า : ที่เหลือจากเมื่อคืน
มื้อเที่ยง : แซนด์วิช ช็อคโกแลตร้อนที่สถานี london waterloo


ช็อปปิ้ง : Banquet Records!! เดินทางไปเกือบชม.กว่าจะไปถึง Kingston ค่ารถไปกับ 10.40 โฮก คือแบบ ถ้าไม่เจอนี่ร้องไห้ 555555 ไปละดันเจอ hmv ด้วยนะ เงิบเลย หมดไปเยอะอยู่ 555


Banquet Records
52 Eden Street
Kingston upon Thames, Surrey KT1 1EE











HMV ณ Bentalls เอ้อ จริงๆห้าง bentalls ณ kingston ถือว่าดีงาม ไม่รู้เป็น outlet มั้ย แต่มีทุกเจ้าเลยแบบ topshop h&m ใครมา banquet เอาพ่อแม่พี่น้องมาทิ้งไว้ที่ห้างได้ 555555 



ติ่ง 55555555555
เห้ยใครชอบอาร์แอนด์บี บลูส์ ห้าพลาด พีคมาก

ติ่ง กวาดทุกอย่างที่เป็นกรีนเดย์5555
emotionalism คือดีงาม ฮือ



Banquet Records ไม่บอกตัวเลขที่ซื้อไปอยากรู้หลังไมค์ 55555555555555 


สปีด 45 rpm ด้วย เรื่องมากกกกกกก

ชอบสี

ติ่ง ที่บ้านมีเวอร์ยูเอสแล้ว ก็ซื้ออีก 55555

อันนี้ชอบสีมากกกกกกกก



Au revoir
You probably don't even know what that means



do you want a signed one? they played here last year Yes PLEASE :D 5555555



อันนี้ดีงามมือกีต้าร์หล่อ



ตั้งใจจะไปซื้อเดจา ได้อันนี้คืออะไร


หมดแล้ว!
มื้อบ่ายๆ : ช็อกโกแลตร้อนคอสตา+ครีม ฟิน! กับมัฟฟินบลูเบอร์รี่


ช็อปปิ้ง : Hamleys toy store แม่ให้ไปดูแฮรรี่กับเดอะลอร์ด ได้เกมออฟโธรนส์มา 55555
Oxford Street มีทุกร้านที่ทุกคนอยากได้ 55555555 ไม่ลิสต์ละกันคือแบรนด์อังกฤษเกือบหมดรวมถึง american apparel (ซึ่งไม่ปิดวันอาทิตย์อีสเตอร์ 555)
ถุงผ้านี่ที่ hmv
 มื้อเย็น : ร้าน Wright Brothers Spitalfields ฟินกับหอยนางรมมากกกกกก ตัวเล็กๆอะแต่ฟิน ฮือ seabass ก็อร่อย สลัดก็อร่อย เย้

อยู่ติดๆกับร้านหนังสือ ใกล้ๆทางข้าง spitalfields market
 

 

หน้าห้องน้ำ คือตั้งใจทำสุด





shoreditch ถิ่นฮิปสเตอร์
ช็อปปิ้ง : แถวๆ Spitalfields Market มีร้าน All Saints ส่วนใหญ่เสื้อผ้าผู้ชาย แพงมาก! หลายอันร้อยปอนด์อัพ, Office ร้านขายรองเท้า ช็อปยันร้านปิด มาลัยนั่งรอ, Offspring ก็รองเท้าเหมือนกัน, ร้านของ Truman ฟิวแบบอิงลิชผับแท้ๆ, Absolute Vintage ของเก่า

6. อาทิตย์ 5 เม.ย. 2558
วันนี้เรื่อยเปื่อยเล็กๆเพราะช็อปหมดแล้ว (มั้ง) 555555555ตอนแรกจะไปดูนิทรรศการ Vivienne Westwood แต่ไปลำบากเลยเปลี่ยนใจ
มื้อเช้า : ของที่ซื้อจาก liverpool street เมื่อคืน รวมไปถึงอาหารญี่ปุ่น 55555
ช็อปปิ้ง : หน้าบ้าน!5555 จริงจัง แบบเปิดหน้าต่างมา เห้ย อะไรวะ เต็มถนเลย ปรากฎเป็นตลาดนัดวันอาทิตย์ ยั่งกะตลาดท่าทราย มีทุกอย่าง ชิปอะฮอยที่ไทยแพงๆนี่ที่นู่นสามกล่องยักษ์ปอนด์นึง จ้าาาาา





มื้อสาย : ขนมต่างๆ


มื้อบ่ายๆ : Pret a manger ที่ทราฟัลการ์ มีทุกอย่างเลย มีซุปมิโซด้วย 555 สั่งช็อคโกแลตร้อนแต่ไม่อร่อย

ช็อปปิ้ง : Covent Garden จตุจักรฝรั่งดีๆนี่เอง 5555 แคบมากแต่ละร้าน เดินเอาเพลินๆได้

มื้อดึก :  ร้านน้ำผลไม้ คนขายหล่อมาก!! น่ารักมากด้วย แจกไวไฟแบบ จะจดมาให้ ทั้งๆที่มีแปะไว้ 555 ร้านอยู่ในโซโหอะ เดินๆก็เจอ ตรงข้ามโรงแรม W London, Leicester square

Juice and Public
9 Wardour St
London Chinatown
London W1D 6PF

7. จันทร์ 6 เม.ย. 2558

Tax Refund ณ Heathrow : เราทำไปหนึ่งอันถ้วน 5555 แต่ถ้าได้ใบคืนภาษีที่หน้าตาแบบโบรชัวร์ ถ้าเขียนครบเรียบร้อยเค้าก็ให้ผ่านฟิ้วอย่างรวดเร็ว ถาม ไปไหน ไทยแลนด์ จบ 55

Passport & Security check : อีพาสปอร์ตนี่อย่างไว พอๆกับขาออกจากไทย อลังการไฮโซ ฮือตื่นเต้น ตอนเช็ค security นี่น้ำตาจะไหล ลืมครีมไว้สามขวด โฮ เครียดแทบตาย 5555 เค้าก็ถามละนะดันตอบว่าไม่มี ก้ำกำ เสร็จก็วิ่งไปซื้อของ duty free ละวิ่งไปเกท

อาหารบนเครื่อง
ช็อคโกแลตมูสอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เท่านี้คืออิ่มแปล้ชนิดเก็บกลับบ้าน


ถึงไทยโดยสวัสดิภาพจ้า บล็อกยาวมากดีใจด้วยที่อ่านมาจนจบ ขอบคุณสำหรับการติดตาม จุ๊บ





Monday, March 23, 2015

Jason Mraz and Raining Jane ไลฟ์อินบางกอก 2015

บอกล่วงหน้า ไม่ค่อยติ่ง ถ้ามีอะไรผิดโทษกูเกิ้ล 55555

วันแรกที่เปิดจอง เห็นคนโพสท์ในเฟสบุ๊ค บัตรเจสัน มราซๆๆ ไอ้เราก็ อะไรวะ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่อง กดเข้าไปดูถึงได้รู้ว่า เปิดจองไปแล้วตั้งแต่สิบโมง บัตรพันนึงกับสองพันเต็มเกือบหมดแล้ว กดเข้าไปจองงงๆ ปรากฎเพิ่งรู้ว่าสมาชิก chevy plus ได้ลด ก็เลยรอวันรุ่งขึ้น จองบัตรสามพันจ้า

วันงาน 21 มีนาคม 2558 กลับจากเชงเม้งก็เตรียมตัวไป นั่งแทกซี่ไปลงหน้าอิมแพ็ค (คนขับอย่างพีค ลูกเรียนนอก มีรถเมล์สองคัน บ้านทำสวนอยู่ปราจีน โห) เข้าไปนั่ง ประมาณ 20.20 Raining Jane ก็ขึ้นมา ตอนแรกเรานึกว่าวงนี้สามสาวหนึ่งหนุ่ม ที่ไหนได้ เอิบ 555555 สี่สาวจ้า ก็เอนเตอร์เทนเพลินๆ ชอบมือเปอร์คัสชั่นที่สุด ชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกละ เท่สาสสสสส ร้องเพลงตัวเอง(มั้ง)ไปสามสี่เพลง พี่เจสันก็ขึ้นมา อ่อ วงบอกว่า ทำเพลงแรกด้วยกันตั้งแต่ Beautiful Mess โห อย่างเก่า ตั้งแต่ 2006 พออัลบั้ม Yes! ได้ทำงานด้วยกันทั้งชุด พี่เจสันขึ้นมาพร้อมไฟแยงตา บีสต์แปลงร่างหรือเปล่าแหม่ (งาน tie-in ก็มา ไปอ่านนะคะทุกคน ละครเวที Beauty and the Beast ณ รัชดาลัย (สปอยล์)

ภาพจาก https://instagram.com/p/0f9r8LBZ8T/ ค่า @anyama ปล. มี Somewhere Over The Rainbow คั่น I'm Yours ด้วยยยยยย
 เปิดมาด้วย Love Someone ร้องได้นิดหน่อย 555 คนก็ตบมือตาม ร้องตาม เพิ่งเห็นว่ามีเอ็มวีด้วย


Song for a Geek เป็น Song for a friend + Geek in the Pink มายำกัน เพลงพีดี มีรูปแบบสีอลังการมากฉายข้างหลัง ชอบๆ


Dynamo of volition พี่เจสันบอกเพลงนี้เขียนตอนที่เล่นเกมที่ให้แต่งเพลงสัปดาห์ละเพลง ละได้คำนี้มา บอกว่าเค้าก็แต่งๆไป ละพอถึงท่อน Good Job ก็บอกให้เต้น แบบ ท่อน high five เอามือยกขึ้นเหมือเล่นของเล่นแมว 5555 ท่อน low dough เอามือลงข้างล่าง ทำท่าแบบ เอามาๆ แบบเซ็กซี่ ละ high ten ยกมืออีกที ตลก 555 พอจะให้เต้น พี่แกก็ล่อท่อน instrument อย่างยาว คนดูเงิบ อีกนานมั้ย 5555 พอถึงก็เต้นกัน พี่แกก็ล้อ ขอบคุณนะที่มาเต้นกันในวันนี้ ละทำท่าเต้นแบบเปื่อยๆ ค่ะะะะะ ชอบตอนเต้นเสร็จเป็นท่อน you're the best you're the best you're the best you're the best ละพี่แกก็ชี้ที่คนดู อิอิกรีส ปล. ไม่แน่ใจว่าเพลงนี่หรือเปล่าที่เค้าหยุดเพลงละฉายไฟ ให้ RJ เต้น ละตลกพี่มือเบส ยืนนิ่ง คูลสัสสส

จริงๆเป็นรูปMilky Way พี่เจสันบอก เนี่ย เราเป็นเพื่อนบ้านกันนะเห็นมั้ย แบบจริงๆแล้วเราเป็นคนเหมือนๆกัน พวกคุณก็เอนเตอร์เทนผม บรรพบุรุษเราสร้างเสียงเพลงมา กรีส

 We Take the Music พี่แกยืนพูดอยู่คนเดียว เดินไปเดินมา พอเริ่มเล่น ถึงท่อนคอรัส raining jane ก็โผล่มาจากความมืด ยืนร้องคอรัสแบบเอียงๆ ฟีลดรีมเกิล 5555 โมน่าออกมาตีกลอง 
Hello You Beautiful Thing คราวนี้โมน่าเปลี่ยนเป็นใช้แส้(ที่เอาไว้ผัดสแนร์) มาตีกระดาษที่ขา เขียนว่าสวัสดีค่ะ น่าร้ากกกก มีตอนนึงเอามาตีเคราพี่เจสันด้วย 5555 ละมือเชลโล่เอานิ้งหน่องมาตี (มันไม่ใช่นิ้งหน่องอันแบบวงโยนะ คือเรียกไม่ถูก 555) มือกีต้าร์สลับมาเล่นอูคู มือเบสก็เล่นดับเบิลเบสต่อไป ชอบเสียงคอรัสคำว่าเฮลโล นั่ลล้าค


Lucky คือดีย์ คือได้ยิน colbie caillat เลยแก๊ ยังยืนร้องไมค์ตัวเดียวที่ร้อมากตั้งแต่ We Take The Music ชอบ อู้ อะวู้ 55 
Make It Mine ชอบเพลงนี้นานละ เพลงนี้กลับมามีเชลโล่ ชอบท่อนโซโล่กลองสุดดดดด



Quiet เพลงนี้ทุกคนต้องเงียบๆนะ เพราะมัน quiet จ้าาาา

อันนี้ที่ Amsterdam แต่เสียงชัดดีเลยเอามา 


Frank D. Fixer ชอบเพลงนี้ คิ้วท์ๆ 
3 Things, Back to the Earth มีรูปสวนหลังบ้านพี่เจสันฉายข้างหลัง น่าอยู่มั่ก ละพี่แกบอกว่าปลูกผักกินเองนี่ดีนะ support your local farmer ด้วย (งาน tie-in no gmo ของพี่แกก็มาาาา)
Mr. Curiosity ไปนั่งเล่นเปียโนคนเดียว โหอย่างหล่อว I wrote this song when I had writer's blog ตอนจบมาเต็มวง

สวน



คือถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้คือ Innermission คือออกมาละพี่เจสันพยายามจะฉายวิดีโอให้ดู บอก เปิดตามที่เราตกลงกันไว้นะ ปรากฎเฟลไปสามสี่รอบ 555 เลยบอกเดี๋ยวกลับมาละเปิดละ แต่ได้ดูภาพจากแอนตาร์คติกา สวยมั่กกกกก บอกถ่ายเองตอนไปเล่นดนตรีให้นักวิทยาศาสตร์ฟัง ละตอนกลับมารู้สึกถึงผลกระทบที่มีต่อโลก เลยคายัคกลับมา บ้าาาาา 5555 พี่เจสันบอกว่า เนี่ย ใช้เวลานี้นะ โทรไปหาใครก็ได้ เฮ้ ผมอยู่ที่คอนเสิร์ตนะ ไม่ได้ชวนคุณ อยากให้คุณมาจัง ละบอก ทำเถอะ เพราะว่า your arm connect to your heart ว้าววววววว ละตอนที่พยายามจะฉายวิดีโอ พี่แกบอก เออ นี่ คนพวกนี้ก็ต้องไปฉี่นะ ผมนี่จะฉี่รดตัวเองอยู่ละ 5555

อินเน่อมิชชั่นนนนนน
พักครึ่ง สี่ทุ่ม ประมาณยี่สิบนาทีก็กลับมา

Long Drive พี่มือเบสได้โชว์หล่อคนเดียวอย่างนาน



 Beautiful Mess เพลงนี้ที่เป็นเพลงแรกที่แต่งด้วยกัน ฟังสดนี่เพราะ ฮืออออ มีเชลโล่ด้วย


The Remedy ยืนร้องคนเดียวกับกีต้าร์ พอพี่แกไป ก็เปิดฉากโซโล่ซิต้าร์ อย่างเท่ เล่นคู่กับเปอร์ โคตรได้ฟีล spiritual แบบอีกนิดนึงเพลง meditation ละ



93 Million Miles คือเสียงชัดขนาดได้ยินเสียงร้องว่าเนื้อพูดว่าอะไรบ้างอะ ดี เต็มอิ่มมาก นั่งฟังเนื้ออย่างเดียวก็ฟินละ 
Shine รูปโลก ดาวเคราะห์ต่างๆฉายอยู่ข้างหลัง ละเค้าบอกว่า cells ในร่างกายของเราถ้าดูดีๆก็เหมือนกับ outer space เลยนะ ละสลับไปเล่นคีย์บอร์ดตรงที่ยืนพี่มือกีต้าร์ด้วย
I'm Yours งานพีคก็มาข่า เค้าเริ่มถ่ายคนที่นั่งดูแถวหน้าๆ ละปรากฎว่ามีคู่บ่าวสาวถือกระดาษโบกไปมาอยู่ กรี๊ดกันทั้งฮอลล์ พี่เค้าไปยืนหน้าเวที ร้องตาม กอดกัน ชะนีนี่อิจฉาาาาาาามาก ถึงกับหยุดเล่น ละแต่งเพลงสั้นๆให้ ต่อด้วย somewhere over the rainbow เลยจ้า เจ้าบ่าวร้องไห้เลย คนในอิมแพคก็พอกันข่าาาาา น้ำตาจะไหลลล พอกลับมาเล่น I'm Yours ต่อ เค้าบอกให้เต้นรำกัน ฮือวววว พี่เจสันบอกว่า คุณรู้ใช้ไหม เวลาคุณขอใครแต่งงาน คุณแต่งงานกับคนที่ heal your wounds ได้ คือถึงเขาจะทำร้ายคุณ แต่สุดท้ายเข้าจะมา heal บาดแผลนั้นของคุณ แม้การแต่งงานมันอาจจะปัญหา แต่มันก็ดี คุณรู้ใช่ไหม เจ้าบ่าวร้องไห้ต่อ โถ ละบ่าวสาวก็ยื่นกระดาษในมือให้ บอกว่า จะไปแต่งที่แอนตาร์กติกา ละก็โยนช่อดอกไม้เจ้าสาวขึ้นเวที พี่โมนาได้ กรีส



นี่vtrพรีเวดดิ้งหรือเปล่าาาาาา
ถึงกับฟอลโลว์ไฟข่าาาาาาา
เมื่อกี้ยังปริ่มมมมอยู่ พอถึง I Won't Give Up ก็คือปริ่มแบบจะระเบิดละ 555 ตอนจบออกมาเต้นกันด้วย คือน่ารักกก คือดีย์


คือจริงๆแล้วทั้งหมดพี่เค้าพูดพวก life advice ดีๆเยอะเลย แต่จำไม่ไหว ใครจำได้ก็แชร์ๆมาบ้างนะจ๊ะ

พอออกจากงาน ฝนตกจ้า Raining Jane มั้ยล่ะแก
รูปหน้าปกอัลบั้ม กล้องห่วยอีกละ 5555

ถ้าบีอีซีไม่เพิ่มที่นั่งนะ -__________________- มาลัยคงใกล้กว่านี้หน่อยนึง 5555

คนงง ไม่มีที่ไป 55555 ฝนตกหนักพอสมควร

งานหน้าเจอกันเดอะสคริปท์ข่ะ
จบการรายงานแบบง่อยมากเพียงเท่านี้ ขอลาไปด้วยคำติเล็กๆน้อยๆ

-พี่พนักงานเดินตั๋วดูไม่ค่อยมืออาชีพเลยฮะ ทีมงานเยอะมาก ยอมรับเลย แต่แบบคนหน้าประตู ต้องถือโพยว่าล็อคไหนเข้าประตูไหน คือเค้าน่าจะให้คนที่จำได้มายืนอะ มาอย่างงี้เราเดินหาเองยังดีกว่ามะ ละตอนคอนเสิร์ตเริ่มแล้วก็มาสายกันจัง เรานั่งติดบันไดด้วย จะลุกไปตบให้เข็ดทีหลังเข้างานชั่วโมงนึงล่วงหน้าละ บางคนมาสายก็ไม่ได้สนใจนะ ถือเบียร์มาอีก พ่องงงงง ละคือเจ้าหน้าที่ส่องไฟฉายแบบกลัวคนตกบันได เข้าใจ แต่เค้าฉายขึ้นมาตามความสูง ก็ประมาณสี่สิบองศาชะ ไล่ตามบันไดขึ้นมา คือเค้าก็ทำตามคำสั่งแหละ เข้าใจ แต่แบบมันแยงตาว้อยยยยยค่ะ ดูคอนเสิร์ตไม่รู้เรื่องงงงง
-อีแท่งไฟนี่เลิกได้มะ แสบตาสัส

จบละ ขอบคุณ 5555

Friday, March 6, 2015

ละครเวที Beauty and the Beast ณ รัชดาลัย (สปอยล์)


 บอกก่อนเลยว่าตอนแรกก็ไม่ได้อินจะไปดูอะไรหรอก เฉยๆ บัตรแพง 555 ตอนแรกเพื่อนลากเข้ากรุ๊ปยังไม่รู้เลยคืออะไร ชื่อวงเหรอ 5555 สรุปในที่สุดก็ได้ไปดู หลังจากรอกันไปรอกันมา ละสุดท้ายเพื่อนจองบัตรพร้อมโทรมาบอกว่าว่าจะไปดู สองวันล่วงหน้า เห้ย ไม่ถงถามสุขภาพสักคำ 555

ไปถึงเอสพละนาดตั้งแต่สามโมงกว่าๆ รีบ ไม่มีใครว่างไปส่ง เดินเล่น หาที่อ่านแกะรอยแกะดาว สรุปทั้งวันนั้นอ่านไปได้ประมาณสิบหน้า กาก 5555 เดินเล่นบีทูเอส กินเฟรนช์ฟรายแมค สาขานี้ทำชื้นมาก ฮือ
เกลียด

เพื่อนมาประมาณหกโมง ตอนแรกจะไปกินบอนชอน เดินผ่านไป ตอนแรกเราบอกคนไม่เยอะอะ (สามโมงคนไม่เยอะ 5555) พอไปถึงอีหยงนี่จะร้องไห้ คิวแบบ โหยยย แจกฟรีหรอ 5555 เลยลงไปกินอาหารเวียดนาม ชื่อร้านมิส ไซ่ง่อน ทั้งร้านมีพนักงานเสิร์ฟคนเดียว ไอ้เราก็รีบ ละครเล่นทุ่มนึง กลัวไม่ทัน พี่แกก็ช้า ยังดีนะอาหารไม่มาตอนแบบ หกโมงห้าสิบ 555 สั่งไปหลายอย่าง สรุปกินของตัวเองไม่หมด เพราะพุงมีแต่เฟรนช์ฟราย 5555 แต่ปอเปี๊ยะทอดกับปากหม้อ หมด ปากหม้อนี่คำเดียวก็อิ่มละ 55555 ปอเปี๊ยะทอดคำสุดท้ายนี่ต้องหั่นครึ่งแบ่งกับหยง อิ่มสุด เฝอไก่ของอนงไม่พีคเท่าไหร่ เส้นหมี่ยำไซ่ง่อนของหยงนี่คือใบไม้และเส้นหมี่ 5555

ปล. มีแมลงวันในน้ำตะไคร้และผมในเส้นหมี่ด้วย ฮือ

กินเสร็จก็รีบๆๆๆจ่ายตังค์ วิ่งขึ้นไปชั้นสี่ สรุป อนงบอกว่าเล่นทุ่มครึ่ง ไปกันห้าคนมีอนงรู้คนเดียว 5555 เลยไปเดินเล่น ละเจอเบสท์ก่อน นางวิ่งมาจากเซนเวิล ขึ้นรฟฟ. ลงใต้ดิน ละพอออกดันออกผิดประตู โถลูก ละก็เจอไหม แอนด์รุ่นพี่ เข้าไปนั่งรอก่อนละครเริ่มแปปนึง

ไม่เอาไปเก็บรีไซทอลนะ ฟินมากเรื่องนี้ 55555
ถ่ายได้หนึ่งรูปถ้วน 5555
มาลัย แอนด์ อนง : เมื่อย

ไหม : กูอยู่ตรงไหนของรูปวะ
เริ่มมาก็เล่าเรื่องว่าทำไมบีสต์ถึงโดนสาป เอฟเฟคอลังเลอค่ามาก แม่มดจากตัวงอ กลายเป็นตัวสูง ลอยฟิ้วๆ สาปเจ้าชาย ตอนแปลงร่างนี่อย่างพีค ปิดไฟแปปเดียว เป็นคุณบีสต์เลย กรีส

ทุกอย่างอลังการ ค่อยๆเล่าเรื่องไป เบลล์เป็นเด็กสาวประหลาดประจำหมู่บ้าน ชอบอ่านหนังสือ มีพ่อนักประดิษฐ์ แต่ด้วยความสวยของนาง ทำให้กัสตอง (อีตาเสื้อแดงปกเหลืองในการ์ตูน) มาตามจีบ ตานี่ก็มีลูกสมุนบ๊องชื่อเลอฟู ที่ตีลังกาตลอดเรื่อง โดนต่อย โดนผลักให้กลิ้งตลอด 5555 ชอบ ฉากรถของพ่อเบลล์คือพีค คือโชว์ว่ารถพังได้ ตัดท่อนไม้ได้ แถมขับได้อีก กรีส 

พ่อเบลล์เดินทางไปประกวดสิ่งประดิษฐ์ ปรากฎว่าโดนหมาป่าบุก เลยวิ่งไปเจอปราสาทของบีสต์ พ่อบ้านลูมิแยร์เปิดประตูให้เข้าไป ฮีก็เดินๆอยู่ เครื่องใช้ต่างๆในบ้านก็มาหา เอาผ้าห่ม ชา มาให้ บีสต์ดันมาเจอ ตู้ม โดนขังเลย ตัดไปเบลล์เจอเลอฟู  ฮีห้อยผ้าพันคอของพ่อที่เบลล์ทำให้ นางเลยตกใจ ขอให้กัสตองช่วย ฮีก็แมนเหลือเกิน บอกไม่ได้ เลยไปเอง เจอหมาป่า ซึ่งโคตรเหมือน ใช้คนใส่ชุดดำมายกขาหมาป่า ชอบๆ ก็เข้าไปละเจอปราสาท พวกของใช้ในบ้านงี้ดีใจ เจอผู้หญิงละ พอบีสต์มาเจอ เบลล์เลยขอแลกตัวกับพ่อ ยอมโดนขังตลอดไป เบลล์ก็รำพึงรำพันทำไมบ้าน (โฮม) ถึงต้องเป็นที่นี่ ทำไมออกไปไม่ได้ ฮือว บีสต์ก็มาสั่งให้ไปกินดินเนอร์ นางก็ไม่ไป บีสต์ก็โกรธ คือเครื่องใช้ก็ยุให้พูดนั่นพูดนี่ ให้พูด พะ(ลีส) ฮีก็พูด พะ เฉยๆฮาลั่นโรง ละมีตอนนึงเบลล์สวนว่าบีสต์หยาบคาย ฮีก็ทำเสียงล้อเสียงผู้หญิงตอบอะ ฮาอีก ละก็มีฉากนึงกัสตองหลงตัวเอง เคาะแก้วน้ำดังเป็นจังหวะ โคตรพีค ชอบมั่ก 

 ซักพักเบลล์ออกมา หิวอะ เครื่องใช้ก็จัดการเอาของมาให้ เกิดเป็นเพลง Be our guest ที่ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง จานช้อนส้อมมีดออกมาเต้น แต่ตอนจบคนดูงง อ้าว กินเสร็จแล้วหรอ 5555 

เอาเวอร์ชั่นการ์ตูนไป อันจริงไปรอดูของจริงสิ 555

จบองค์หนึ่งด้วยความเศร้าของบีสต์ 



เบลล์กับปะป๊า
กัสตองกับเลอฟู เหมือนการ์ตูนมั่ก
enchanted objects ทั้งหลาย นาฬิกา ตู้เสื้อผ้า โคมไฟ ไม้ปัดขนไก่ กาน้ำชา และถ้วยชา

ฉากเคาะถ้วยน้ำ อย่างพีค


กลับมาองค์สอง มีคนพยายามจะเอาพ่อเบลล์ไปรพ.บ้า ระหว่างนั้นเบลล์กับบีสต์ก็เริ่มรักกันละ เบลล์เปลี่ยนเป็นชุดสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง ทีมงานเครื่องใช้บอกให้บีสต์ชมชุดเบลล์ ฮีก็ชมแบบเขินๆ นั่งอ่านนิยายคิงอาร์เธอร์มุ้งมิ้งกันสองคน บีสต์บอกไม่เห็นเคยรู้เลยว่าการอ่านหนังสือจะทำให้หลุดไปสู่อีกโลกนึง ทำให้ลืมสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ขนาดนี้ ฮือแทน ละพออ่านจบ เบลล์ก็บอก ขอแก้ตัว ขอชวนบีสต์ไปกินดินเนอร์เหล่าเครื่องใช้ (คนดูด้วย) ก็ฟินๆกันไป กรี๊ดลั่นโรงเลยข่า

ชุดเหลืองมาละข่า สวยดี แต่ไม่เหมือนการ์ตูนเท่ากับชุดสีฟ้า กินๆ เต้นๆ คุณนายพ็อตตส์(กาน้ำ) ก็มาร้องเพลง Beauty and the Beast ชอบบบบ ฟิน เบลล์ก็ลากบีสต์ไปเต้นฮีบอกไม่เต้น นั่ลล้าค เถียงกันเสร็จก็เต้น 555 เต้นเสร็จอยู่ดีๆนางก็บอกคิดถึงพ่อ บีสต์ก็ให้ดูกระจกวิเศษบอกข้าเถิด ปรากฎเห็นพ่อกำลังจะโดนพาไปรพ.บ้า เบลล์ก็รำพันว่าอยากไปช่วย แต่ไปไม่ได้โดนขัง บีสต์ก็บอกว่าไม่ได้ขังแล้วนะ ไม่ได้เป็นนักโทษตั้งนานแล้วจ๊ะ บอกให้เบลล์ไปหาพ่อ โก โก ตั้งหลายรอบ ฮือววววว น้ำตาจะไหล เบลล์บอกฉันจะไม่ลืมเธอนะ ฮือ เครื่องใช้ก็เฟลใหญ่ อดกลับเป็นมนุษย์แน่เลยฮือ บีสต์ก็ร้องเพลงเดิมถึงเบลล์

กลับไปที่หมู่บ้าน เบลล์ไปทันเวลา (แถมยังมีเวลาร้องเพลงบอกว่า ออกมากจากปราสาทแล้วเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป อีกต่างหาก) ช่วยพิสูจน์ว่าบีสต์มีจริงนะ ด้วยการเปิดกระจกให้ดู ชาวบ้านงี้ตื่นเต้น ตากัสตองรีบทำแมนบุกไปปราสาทบีสต์ เบลล์ก็รีบไป พอไปถึงบีสต์กับกัสตองก็ไฟ่กัน ตอนแรกบีสต์จะชนะละ ยัยเบลล์มา บีสต์หันหลัง อีกัสตองแทงข้างหลังเฉย ผมนี่เจ็บแทนเลยครับ ละกลับไปไฟ่ต่อกัสตองร่วงตกบันไดเฉย แต่ขนาดปิดไฟยังรู้สึกว่าร่วงไกลและเจ็บมาก ซาวนด์เอฟเฟคมาเต็ม อะ ทีนี้ก็ได้รักกันละ บีสต์กลายร่าง แบบอลังการมาก สลิงดึงขึ้นไปเมตรกว่าๆ หมุนรอบตัว ไฟดับ แถมมีไฟมาแยงตาอีก แหม่ 555 ร้องเพลงเดิมที่พูดเรื่องบ้าน แต่ตอนนี้แฮปปี้ละ เย่ จูบกันอยู่นั่น(เค้าเป็นแฟนกันจริงๆ กรีส) ละเครื่องใช้ทั้งหลายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ชิป(กาน้ำ) โคตรรรรรน่ารัก ถามแม่ว่า แม่ฮะ ผมยังต้องนอนในcupboard อยู่มั้ย คนอื่นก็เฉยๆ ยัยไม้ปัดขนไก่คือเหมือนเดิมเด๊ะ 555555

กรี๊ดลั่นโรงเลยข่าคือฟินมาก บอกอะไรไม่ได้มากกว่า ดีงามอะฮือววววววววว สองพันห้านี่ผมดูไปห้าพันเลยครับ ฟินสุด สมควรจัดมีทแอนด์กรี๊ดให้อนง ออกจากโรงลงมาพยามหาป้ายที่มีรูปบีสต์ตอนแปลงร่างเสร็จแล้ว สรุปไม่มี กำ 5555 แต่คือฮีหล่อนะะะะะ มากกกกกกก

ชอบอะไรบ้าง
-ฉาก อลังการ สีสวยมากๆ แบบได้ฟีลการ์ตูนสุดๆ ทุกอย่างสีสด ทุกคนเหมือนมาก โดยเฉพาะเครื่องใช้นี่บั่บ โห ขนาดในการ์ตูนมันเป็นเครื่องใช้พูดได้ เวอร์ชั่นคนยังทำได้เหมือนขนาดนี้ ชอบอะ ลูมิแยร์นี่เฟี้ยวมากจุดไฟได้ด้วย
-ซาวนด์เอฟเฟค พีคไปมะ บางฉากนี่แบบใส่เอฟเฟคเสียงพูดด้วย(มั้ง) แบบฉากที่พูดเข้าไปในบ้าน ฉากที่พูดผ่านโทรโข่ง อะไรงี้ คือเด็ด ชอบๆ
-ไฟ ไม่ค่อยมีความรู้ แต่อย่างฉากแปลงร่างคือแบบดีไซน์มาดีมาก ใช้เวลาคุ้มค่า แถมมีแยงตาคนดูให้มองไม่เห็นด้วยอีก เอ้า 55555
-ความฟินของพระนาง ฮือ เล่นได้ฟินมากข่า

ขอขอบคุณ
-ผู้ร่วมผจญภัย ร่วมฟิน อนง หยง ไหม เบสท์
-อีดิ๋มที่ตอนแรกชวน ถ้าแกอ่านนี่คือรีวิวเพื่อแกเลยนะ หายไวๆ 5555555555
-ตังค์เก็บที่รวบรวมมาได้ทันเวลา 55555555

ฟินค่ะแกกกกกกก
สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บจ๊ะ Disney : Beauty and the Beast