Sunday, May 10, 2015

มาลัยตะลุยลอนดอน 7 วัน 7 คืน พาร์ท 2 : เที่ยวลอนดอนทำยังไงอะแก+สองวันแรก

ภาคต่อที่มาช้ามาก ขออภัย 5555555
ต่อจากพาร์ทที่แล้วที่เป็นกิน+ซื้อของ อันนี้จะเน้นเฉพาะที่เที่ยว การเดินทาง ฯลฯ
  • การเดินทางไปกลับ : British Airways จ้า แต่ไม่ได้จองเอง แม่จัดการหมดเลย 55555 คนละ 35,000 กว่าๆ สุวรรณภูมิ-ฮีทโธรว์จ้า
  • ที่พัก : ใช้จากเว็บ Inspirock เลย มันลิงค์กับเว็บ Hotels.com พักที่ Shoreditch Apartments สบายมาก ยิ่งใหญ่อลังการ 7 วัน 935 ปอนด์ สี่คน ตกคนละประมาณหมื่นสอง จองตอนมันลดราคา 40% พอดีด้วย โชคดีมาก ลองเข้าไปดู เดินจาก Overground : Shoreditch High Street ประมาณห้านาที จาก Liverpool Street ประมาณสิบห้า-ยี่สิบนาที Aldgate East ก็นานกว่าหน่อยถ้าไปนานๆไม่แนะนำให้นอนลำบากๆเลยมันเหนื่อย 555 ที่นี่ก็ดีเสียอย่างเดียวต้องไปเอากุญแจถึง London Bridge ถ้าไฟลท์ถึงเช้าก็โอเค ถึงดึกแนะนำโรงแรมดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาไปเอา













  • เดินทางจากสนามบิน : มีให้เลือกหลายทาง ถ้ามาทางรถใต้ดินก็จะมี แท็กซี่(ลองคำนวณความคุ้มและจำนวนกระเป๋าดีๆ ถ้าไปกระเป๋าเยอะ ก็คุ้มกว่า), heathrow express, heathrow connect หรือจะไปทื่อๆตาม tube ก็ได้ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความรีบ ตอนนั้นงงๆง่วงๆก็ขึ้น tube ไป กว่าจะไปถึงก็ชม.กว่าๆ 555555 พลาดมาก
  • บัตร oyster : สะดวกมากๆ ซื้อไปจากเมืองไทย (ที่ศูนย์ทำวีซ่ามี) ยืมญาติพี่น้อง ไปซื้อเอาที่เคาน์เตอร์ในฮีทโธรว์ ซื้อเอาที่รถไฟใต้ดิน ได้หมดเลย มีค่ามัดจำ 5 ปอนด์มั้ง ไปถึงก็เลือกเอาว่าจะเลือกเติมเป็น travel card ซึ่งคุ้มกว่าถ้าไปประมาณ 7 วัน อยู่ที่ 32 ปอนด์กว่าๆ ตอนเราไปไม่ได้เติม travel card ค่าเดินทางก็ประมาณ 40 ปอนด์ 7 วัน แพงเพราะมีเดินทางออกนอกเมืองไป Kingston ด้วย 
  • รถไฟฟ้า (underground+overground) vs. รถเมล์ : สะดวกหมดทุกวิถีทาง บางคนที่พักอยู่ใกล้รถเมล์ ลองขึ้นรถเมล์ดูแค่รอบสองรอบก็เก่งละ ป้ายที่นี่ดูง่ายมาก เราเล็งว่าจะไปไหน ดูป้ายที่ขึ้นให้ถูกฝั่ง เค้าจอดตรงป้ายเป๊ะ ค่ารถก็จ่ายครั้งเดียว ไปที่ไหนก็ได้ วิวสวยด้วยชอบ ส่วนถ้าบ้านใกล้ overground/underground ก็ลองศึกษาไปว่าในแต่ละวัน เดินทางยังไงสะดวกกว่า แต่อากาศเค้าดีจริง เดินได้ก็เดิน ช็อปปิ้ง ชมเมืองด้วย 55555 ตอนไปไปอยู่แถวๆ overground Shoreditch High Street ก็นั่งไปลง Whitechapel ละต่อสายอื่นเอาทุกเช้า อ้อ ถ้าออกจากระบบ overground อย่าลืมเอาบัตร oyster แตะออกจากระบบด้วยนะ ไม่งั้นเค้าคิดตังค์เพิ่ม อ้อ อย่าลืมไปหยิบ tube map ด้วย สีแดงๆ หยิบได้ทุกสถานี เวิร์คมาก
  • วางแผนการเดินทาง : ใช้เว็บ Inspirock พอถนัดแล้วสะดวกมาก เสร็จแล้วเราดูดออกเป็นไฟล์เข้า calendar ในมือถือได้ เราตั้งไว้ว่าไปวันไหนกลับวันไหน อยู่โซนไหน อยากเที่ยวกี่โมงถึงกี่โมง เค้าก็จะตั้งให้ว่าควรไปเที่ยวไหน จริงๆเราไปเจ็ดวันก็เที่ยวลอนดอนไม่พอ ขี้เกียจด้วย 5555 ยังไม่ได้ไป tate ทั้งสองอัน St. Paul's Cathedral, Millennium Bridge, Tower Bridge และอีกเยอะ ตอนจัดแผนก็ดูดีๆ 55555
  • อาหารการกิน : สำหรับใครที่รักอาหารฝรั่งอยู่แล้ว สบายเลยจ้า แวะได้ทุกร้านเลยอยากกินร้านไหน ตอนเช้าๆก็เดินออกไปซื้อขนม กาแฟ แซนด์วิช สลัด ใครรักสุขภาพจะรักลอนดอนมาก ที่นี่ดินแดน healthy vegan food เต็มเมือง แต่ถ้าใครมีปัญหาเรื่องอาหาร ก็จงจัดการแวะ lotus ให้เรียบร้อย ซื้ออาหารมาทำกินที่ห้อง หรือคอยมองหาร้านอาหารญี่ปุ่น/ไทย นี่ก็เต็มเมืองเหมือนกัน มีอาหารไทยเกือบทุกมุมถนน ยิ่งแถว shoreditch คือสลับกันกับอาหารแขกเลย แต่ไม่ได้กินนะ 5555 แพง
  • ซิมใส่โทรศัพท์ : ซื้อซิมของ 3uk ได้เน็ตมา 500MB ใช้ไปวันครึ่งหมด 5555555 จริงๆถ้าใครใช้ ais ละไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องเน็ตเท่าไหร่ แบบไม่ได้กะว่าจะขาดใจตายถ้าไม่มีเน็ต ก็ถือมือถือไปทื่อๆงั้นแหละจากไทย เค้าโคกับ vodafone อยู่ ไปถึงก็คือโรมมิ่งเลย เวลาโทรหาใครก็กด +66 ก่อน ค่าโทรหมดไปร้อยกว่าบาท ก็โอเคอยู่ เน็ตไวไฟเค้าก็เยอะมาก ถ้าผ่านไป underground ให้รีบสมัคร+โหลดแอพของ the cloud ไว้เลย เน็ตดีแรง connect automatically มาก
อันนี้คือแผนการเดินทางของเราแบบคร่าวๆ บางอันไม่ได้ไปเนื่องจากไม่ทัน Inspirock.com

วันที่ 1
    สถานี overground
  • Buckingham Palace (+Changing the Guard)
ตื่นมาแบบง่วงๆงงๆ อาบน้ำเสร็จก็เดินไป overground นั่งไปลง Green Park เดินทะลุสวนมา เจอตอนเปลี่ยนเวรยามพอดีแบบงงๆชีวิต ก็ดูอยู่พักใหญ่ๆ ข้ามไปดูที่ริมรั้ว เดินไปที่น้ำพุไปดู เดินวน ซักพักเริ่มเบื่อ ดันออกไม่ได้ เค้ากั้นถนน 55555 สรุปคือต้องไปรอจนเค้าปิดถนนเสร็จค่อยออก ถ้าจะไปดูไม่ต้องไปรอก็ได้ มันไม่ได้น่าดูขนาดน้าน ไปสิบเอ็ดโมงกว่าๆก็ได้ดู 
ต้นไม้ใหญ่ๆทั้งนั้นเลยใน Green Park
มาลัยและแฮงค์


คนเยอะมากแบบมากกก

 


  •  St. James' Park
พอเดินได้ก็เดินทะลุ St. James' Park เจอสิ่งมีชีวิตมากมายเป็ดห่านหงส์ ถ้าจะไป Big Ben ก็เดินมองมา ยิ่งใหญ่ ยังไงก็เห็น เดินตรงมาเรื่อยๆก็เจอ พาร์คนี้ร่มรื่นดีมีน้ำไหลผ่าน มีขนมขาย



 

 
  •   Big Ben 
ไปแวะถ่ายรูปคู่มาเฉยๆ แถวนั้นมีรูปปั้นเยอะมาก มียัน Abraham Lincoln มีทำไม 5555 รถเมล์วิ่งกันแปปฟาสต์7มาก ฟิ้วๆ อย่าสะเออะลงไปเดินบนถนนมีโดนสอยแน่นอน

  • Westminster Abbey
ไปเดินวนแปปนึง แวะร้านขายของที่ระลึก ใหญ่มาก อุ่นมาก 5555 ไม่ได้เข้าไปดูข้างใน abbey เพราะแพงและหิว รีบไปกินเป็ด


พี่จอน อิอิ
  •  Soho (Four Seasons Restaurant)
เดินไปจนถึงสถานี Westminster ละก็ลงไปขึ้นที่ Leicester Square รู้สึกว่าจะได้แวะซื้อสแตมป์ด้วย ซื้อที่ร้าน WHSmith ที่รถใต้ดินได้เลย มีน้ำขนมนิตยสารขายด้วย เดินออกจากสถานีก็ตรงไปหา Four Seasons Restaurant ตอนที่ไปไม่มีคิว เค้าเปิดข้างล่าง มีเจ๊คนจีนพูดภาษาอังกฤษไฟแลบ สั่งๆไปได้ยินแต่คำว่า @#$%^&* anything else? ตอนนั้นเราก็เริ่มมึนๆหัวละ ผลจากการไม่ได้นอนตลอดไฟลท์ เมื่อเช้าตื่นเช้าตามเวลาไทย เลยนั่งรอกินอย่างเดียว 55555 อาหารก็เฉยมาก ไม่แน่ใจเพราะว่าสั่งผิดป่าว ได้เป็นเป็ดเละๆมา ไม่อร่อยเลย ข้าวก็เฉยๆ อาหารอย่างอื่นก็จีนแท้มากมันแผลบ ขนมก็ โอ่ย... สรุปถ้าไปก็คือได้ไปทะเลาะกับเจ๊จีนแน่นอน อาหารก็เฉยๆเก็บเงินไว้กินที่ไทยก็ได้นะ 55555
  • Les Miserables at Queen's Theatre
ตอนที่กินเป็ดแวะมาเอาบัตร จองล่วงหน้าไปจากบ้านแล้ว จองผ่านเว็บเค้าเลยโง่มาก 5555 จริงๆมันต้องจองกับอีกเจ้านึงที่จะมีบัตรดีกว่าถูกกว่า แต่เราไม่รู้นิ ฮือ เอาบัตรเครดิตไปรับ เสร็จ ตู้ม พอรับเสร็จก็ไปซื้อซิม กลับบ้านนอน เพราะปวดหัวมาก ตื่นมา ก็วิ่งกลับไปสถานี หลงอีก ถึงทุ่มเป๊ะพอดี เกือบไม่ทัน 5555 ละครดีง้าม ดีงาม แสดงดีทุกคนเลย ตอนจบร้องไห้โฮ คือแบบฉากตอนแรกๆจะเฉยๆ ไม่ค่อยอลังการเท่าไหร่ บางฉากนี่ต้องจินตนาการสูงส่งมากเช่นฉาก look down นี่คือพวกแกทำอะไรกันชั้นไม่เห็นเก็ท 5555 แต่พอเริ่มหลังๆ มันจะมีฉากอันใหญ่มากเป็นฉากของ barricade ซึ่งตอนแรกใช้เป็นฉากเมือง พอเข้าองก์สองปุ๊บ น้องฉากพลิกเข้ามาหากัน กลายเป็นbarricade แบบแทบกรี๊ดโอ้วว้าวอลังการดาวล้านดวง ตอนพักครึ่งมีไอติม haagen dazs ขายด้วยแต่ไม่ได้กินเพราะที่นั่งแคบมาก ออกยากมาก 555 นักแสดงก็เล่นดีมาก ดูไปก็พีคไป ชอบ gavroche สุดละ คิ้วท์ ลงมาก็ซื้อ Brochure เก็บไว้ ขากลับก็เดินกลับไปขึ้นรถใต้ดินที่เดิม

 
 

หมาของลุงโฮมเลสที่ soho คาบตุ๊กตา ฝรั่งก็มาเล่นด้วย น่ารักกก

พี่จอนนนนน
วันที่ 2
แถวบ้าน

  • Trafalgar Square 
วันนี้เรื่อยเปื่อยแบบสุด ออกจากบ้านไปลง Embankment ไปถึงร้านข้าวเช้า ก็จะเที่ยงอยู่ละ 55555 กินเสร็จก็เดินๆไป Trafalgar Square แปปนึง เจอคนเต็มเลย มีมา busking ในแบบต่างๆ มีคนมาร้องเพลงเปิดหมวก มายืนเป็นยมฑูตแบบลอยได้ด้วย 55555 ตัวตลก ต่างๆนาๆ
 

ให้ตังค์คุณวณิพกละเค้าแจก
  •  National Gallery  
พอเข้าไปในแกลลอรี่ก็เป็นห้องๆ มีแบ่งตามยุค ไอ้เราก็ไม่ค่อยรู้จักอะไรหรอก ปวดหัวด้วย แต่ก็เดินเพลินๆ ก็สนุกดี มีคนมานั่ง sketch ภาพด้วยอย่างพีค ใครรักศิลปะและรู้จักคงอยู่ได้ทั้งวัน เราเดินเสร็จก็ช็อปปิ้ง ละย้าย 5555 มี Brochure ด้วย ควรจ่ายอย่างน้อย 1 ปอนด์จ้า










มาสเก็ตช์รูป

  • National Portrait Gallery
เดินออกมาจาก National Gallery ก็เข้าไป National Portrait อันนี้ก็โบรชัวร์ 1 ปอนด์เหมือนกัน อันนี้ก็พีค เป็นภาพวาดเหมือน มีคนดังๆแยกตาม category เช่น กษัตริย์ ทหาร นักวิทยาศาสตร์ ชอบๆ ที่นี่ก็ช็อปแหลก ซื้อโปสการ์ดมาอย่างเยอะ 5555 มีอันนึงเป็นวิดีโอ Beckham นอน นอนล้วนๆๆๆเลย พีคมาก 5555







  • Boxpark
  • Albion
เขียนเล่าไปแล้วในบล็อกที่แล้ว ลองไปอ่านได้ 555
สำหรับบล็อกนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ อีก5วันที่เหลือจะตามมานะจ๊ะ

Saturday, May 9, 2015

The Script : BKK 2015 Together We Cry


(หมายเหตุ ทั้งหมดนี้คือ opinion ส่วนตัว อ่านแล้วไม่ชอบก็ข้ามๆไปเถอะ555)

The Script คือวงที่ติ่งแบบร้องได้ทั้งอัลบั้มตอนอัลบั้มแรกออกมา พออัลบั้มต่อๆมาออกมาก็เริ่มเฉยๆเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางเดิมที่เคยทำในอัลบั้มแรก แต่พอวงมาก็ดิ่งไปซื้อบัตรตั้งแต่วันแรกที่ออกขาย ได้มาในราคา 2250 เพราะโปรโมชั่น
หลังจากนั้นก็เตรียมตัว และเริ่มพบว่า ไม่รู้จักเกือบทั้งเซตลิสต์ 555 หลังจากไม่ได้ฟังนาน พอได้กลับมาอังกฤษในราคาชุดละ 250 ก็เลยฟังๆๆๆ และก็พบว่า ไม่ค่อยชอบแฮะ แรปเยอะ แรปแบบฮิปฮอปจนงง ไม่ใช่แบบ we cry ยิ่งพอเพิ่งค้นพบว่าอัลบั้ม4 เป็นแบบไอริชนิดๆ ยิ่งงงไปใหญ่ อ้าวอัลบั้มแรกทำตัวฟีลเด็กเมกันจัง อ้าวงง ไม่เป็นไร ก็เตรียมตัวไปดูต่อไป

The Script Setlist Vector Arena, Auckland, New Zealand 2015, No Sound Without Silence Tour
ของไทยยังไม่มา เอาอันนี้ไปก่อน เหมือนกัน(?)

8 พ.ค. 2558 วันที่ประเทศกรุงเทพต้องจารึกว่ารถติดแบบชีวิตพัง มีประชากรมหาศาลหลั่งไหลมาดูวงในดวงใจ ออกจากบ้านแบบชิวๆเนื่องจากบ้านใกล้ ไปถึงก็ไปข้าวก่อน เลยพลาดวงเปิด โถ่
สามทุ่มนิดเดียว วงก็ออกมา พร้อม vtr ที่ตามวงออกมาจากห้องแต่งตัว รวมถึงพาเหรดธงเขียวสำหรับเพลง Paint The Town Green อลังการกันไป แฟนๆยกมือถือเปิดสีเขียวพร้อมกัน สาวกรี๊ดแบบสุด ชอบสีไฟ แต่โปรเจคเตอร์คืออะไร้ กราฟฟิคเฉิ่มมากแบบมีสีเขียว ละกวาดสีเขียวออกเห็นภาพวง หืมมมมม ต่อด้วยเพลง Hail Rain or Sunshine แบบสั้นๆ จบละก็มีแนะนำตัว กรี๊ดกันไป

เขียววววว
หล่อ แต่แก่ใช้ได้ละ 555555

หลังจากนั้นก็ค่อยๆดำเนินไปแบบเนิบๆ รอมาฟังเพลงจากอัลบั้มแรก ก็ได้ฟัง Breakeven ละก็ Before the Worst คนร้องตามได้เยอะอยู่เหมือนกัน เสียใจสุดตรงที่เล่น We cry แบบสั้นเว่อร์ แค่แรป+ฮุค มาปิด Superheroes แต่ก็เล็งไว้ละ เพราะเพลงสองเพลงนี้ความหมายโคตรเหมือนกัน เหมือนจนแบบพาร์ท 1 พาร์ท 2 แต่เสียใจจริงๆๆๆๆๆๆ ร้องตาม We Cry ได้เกือบหมด ฮือ together we cry กลับบ้านกันเลยทีเดียว
If You Could See Me Now มีฉายขึ้นจอเป็นเนื้อเพลงช่วง rap ตรงคำที่คล้องๆกัน ก็เท่ดี


Man On a Wire ตามือกีต้าร์บอกว่า เวลาแต่งเพลงอะ ก็ต้องทำมิวสิควิดีโอใช่มั้ย นี่เลย นี่กลัวความสูงด้วย ละใครคิดว่าเราทำ Green Screen อะ fuck off โน เล่นจริงเจ็บจริง  ก็ตลกดี แบบเออ เป็นกันเองดี (เฉพาะเวลาพูดนี่แหละ เวลาอื่นรู้สึกเฉยๆ แบบดูเฟคๆนิดๆ 5555)
Nothing เล่นมุขเดิ้ม เดิม ประหนึ่งประเทศไทยยูทูปเข้าไม่ถึง บอกเนี่ย เคยทำนะตอนออกทัวร์ มัน cheeky อะ ยูโน้ว แบบมัน inappropriate แต่เนี่ย วันนี้อยากทำ ทำได้ป่าว ถามคนดู พอคนดูตกลง (เออก็ตกลงอยู่ละ 5555) ให้ใครก็ได้โทรหาแฟนเก่า ทีนี้มันส์ ตอนแรกมีคนได้ แต่ดันวางสายใส่ โทรกลับไปก็ตัดสาย คงเกลียดกันจริงจัง เลยได้อีกคน แฟนชื่อ chanai นี่งงไปเลย ชาติไหนหว่า 5555 ก็พีคดี โทรไปร้อง Nothing ใส่ พีคดี แดนนี่ทำท่าฟินสัสสะใจสัสๆ บอกให้ฮอลล์ทักทายด้วย ละพอจบเพลงก็ he got nothing chanai got nothing อะไร้ 555555 พีคตรงเอามือถือมายื่นใส่กล้อง มันดูแบบ เออ กูโทรจริงจังนะ นี่ดูเบอร์ๆๆ 55

พักแปป ขอด่าอีแก๊งค์ชะนีวัยรุ่นที่ยืนข้างหน้าหน่อย พวกนางทำความสุขในการดูคอนเสิร์ตหายไปเกือบครึ่ง คือมันรำคาญอะ อีนังชะนีมีแฟนก็นัวเนียกันอยู่นั่น อีคนอื่นก็เมา พอเพลง Superheroes นะ (เหมือนจะร้องได้เพลงเดียว) ก็หันหน้ามาร้องเพลงด้วยกัน ตะโกนใส่หน้ากัน ชนแก้ว เห้ย นี่ไม่ใช่ในผับนะยะ ถ้าจะดูแบบนั้นไปร้านละขอให้เค้าเล่นให้ก็ได้ คือรำคาญตลอด เสียงดังตลอด เล่นมือถือ จนกระทั่งได้ย้ายที่ ไปคุยกันข้างนอกสิ คอนเสิร์ตคนเค้ามาฟังเพลงอีชะนีย์ พ่อรวยมากเอาเงินไปกินข้าวไปอย่ามาทำนิสัยลูกไฮโซให้เค้าด่าอยู่งี้

เอ้าต่อ 5555 Good Ol' Days ชอบเพลงนี้นะ แบบมันฟิวค่อนข้างได้ แต่คนยืนกันเฉยมาก เอาเถ้อะ จบเพลงวงก็หายไป ไปโผล่ที่ข้างหลัง B-stage มีไฟพร้อม ยืนเล่นแมนโดลิน กลองใช้แส้ พี่แดนนี่ดีดเปียโนเสียงมุ้งมิ้ง Never Seen Anything "Quite Like You" เพลงนี้ดีงาม ไอริชมั่ก ไม่บอกก็นึกว่า westlife 55555555 เพลงนี้อ้อนแฟนเพลงแบบสุด ต่อด้วย The Man Who Can't Be Moved รู้สึกได้ถึงความปริ่มของทั้งฮอลล์ ในเพลงที่ทุกคนร้องได้ ความหมายดี
ปล.เอาสองพันสองร้อยห้าสิบของกูคืนมา เรื่องอะไรไปเล่นซะนู้น ฮือ


You Won't Feel a Thing พี่มือกีต้าร์ขึ้นนำมาก่อน เราก็ เอ๊ะ ทำไมเค้าเปิดวาร์ปกลับมาเร็ว เปล่า แกยังอยู่ B-stage ซักพักกลองมา อ้าวนี่เปิดวาร์ปของจริง ละเริ่มได้ยินเสียงกรี๊ด อะไรใคร พี่แดนนี่ไปอยู่ที่บัตร 3,000 (?) บัตรนั่ง ถือกล้องไปด้วย มีการ์ดวิ่งตามยืนดูไปก็ขำการ์ดไป พี่ทำงานแบบตั้งใจมั่ก ตลกสุดตรงมีตำรวจมาขอถ่ายรูปละทำหน้าแฮปปี้มั่ก
ต่อด้วย Six Degrees of Separation ละก็ It's Not Right for You ซึ่งตามือกีต้าร์ทิ้งไว้ให้เป็นเพลง encore (คิดมาแล้วมาก การตลาดดีมาก)


ตอน encore ยืนขำอยู่กับการตบมือนานมากจนท้อ 555555555 พี่ เวลาตบอะ ตบ 2 กับ 4 นะใครสอนให้ตบ 1 กับ 3 (ว่าไปก็ขำตัวเอง 55555) วงกลับมาก็พร้อมตามือกีต้าร์ (เออทั้งคอนเสิร์ตจำฮีได้คนเดียว) พร้อมฉากหลังเป็นรูปพระอาทิตย์ยิ่งใหญ่อลังการ กับเพลง The Energy Never Dies ต่อด้วย For The First Time ตามือกีต้าร์มีกีต้าร์โปร่งพร้อมขาตั้ง แกสลับกันเล่น แต่สงสัยทำไมไมค์ต้องต่ำขนาดนั้น ละก็ No Good in Goodbye แฟนคลับก็ยกป้าย Say Goodbye to Say Hi Again ขึ้นมาพร้อมกัน (ปล.บังกูว) แต่พี่แกไม่เห็นทำท่าปลื้มเบย จบลงด้วย Hall of Fame หยิบกระดาษเงินกระดาษทองกลับบ้านมาด้วย 555555

มีตอนที่ถ่ายรูปละใส่ชุดมวยไทยด้วย แต่เพลงไหนหว่า

 



งานแรกในชีวิตที่ได้รู้จักกับ wristband แบบนี้ กากจัง555555
ส่วนตัวเฉยๆกับโปรเจคของเพจ รู้สึกมันเกาหลีไปหน่อย แต่ก็น่ารักดี เป็นโมเดลของติ่งวงป็อบที่ดี
ตัววงก็เฉย คือเค้าดูพยายามเอนเตอร์เทนเต็มที่แบบไม่เฟค แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอินอะไรเป็นพิเศษทั้งๆที่อย่าง Jason Mraz เพลงก็ไม่ค่อยรู้จัก ยังรู้สึกถึงพลังของเสียงดนตรี คงเป็นเพราะโปรเจคเตอร์ไม่ hd แบบดูละรำคาญ+ติ่งที่มากดมือถือ ร้องก็ไม่ได้ เมาอีก+วงคงได้แค่นี้
มีคำถาม ใครที่มาดูละอินบ้าง? อยากให้อธิบายหน่อยว่าอินตรงไหน เราควรปรับปรุงตัวเองมั้ย 55555